Top 10 Must See Tourist Hotspots In Germany

       สิ่งแรกที่คิดถึงเมื่อเอ่ยชื่อประเทศเยอรมันนั่นคือเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน และเป็นหนึ่งในเมืองผู้นำแห่งเทคโนโลยีระดับโลก เมื่อไปเยือนเยอรมันแล้วไม่ควรพลาดที่จะไปเยี่ยมชม 10 จุดสำคัญในประเทศนี้

  1. เบอร์ลิน

        เบอร์ลินเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวที่สนใจในศิลปะ วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ เมืองแห่งนี้เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของเยอรมัน มีพิพิธภัณฑ์ถึง 175 แห่งและอีกกว่า 600 แกลอรี่ที่รอคอยให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชม สำคัญที่สุดคือประตู Brandenburg ซึ่งเป็นประตูกั้นเยอรมันตะวันออกและตะวันตกในยุคที่ยังไม่รวมประเทศ เป็นสัญลักษณ์ของการรวมเป็นปึกแผ่นของเยอรมัน หลังจากดื่มด่ำกับงานศิลปะสุดอลังการแล้ว แนะนำ Harry’s New-York Bar ในโรงแรม Sheraton Berlin สถานบันเทิงยามค่ำคืนสุดหรูเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการท่องเที่ยว ตั้งอยู่บนถนน Lutzowufer ใจกลางเมืองเบอร์ลิน เมื่อมาถึงแล้วต้องไม่พลาดเมนูแนะนำ “Liquid Kitchen” Cocktails เครื่องดื่มที่ผสมผสานกับสมุนไพรในครัวต่างๆเช่น พริกไทย พริกขี้หนู โรสแมรี่ เมนูสุดพิเศษที่สร้างสรรค์จากจินตนาการไม่รู้จบ

  1. ปราสาทนอยชวานชไตน์

        ปราสาทแห่งเทพนิยาย ว่ากันว่านิทานเรื่องเจ้าหญิงนิทราได้รับแรงบันดาลใจจากปราสาทแห่งนี้นั่นเอง เดินทางลัดเลาะไปตามเส้นทางไหล่เขาสู่สะพานควีนแมรี่ ซึ่งเป็นจุดชมวิวปราสาทที่ดีที่สุดชมความสวยงามของป่าไม้ และบ้านพักสไตล์ชาเล่ย์ ที่ประดับประดาไป ด้วยดอกไม้หลากหลายสี ชมทิวทัศน์อันงดงามของตัว ปราสาท ที่โดดเด่น มีทะเลสาบและธารน้ำล้อมรอบ ภายในตัวปราสาทที่ตกแต่งไว้อย่างอลังการ

  1. ไฮเดลเบิร์กและสะพานเมือง

        เมืองเก่าสุดโรแมนติกที่จะสร้างความประทับใจให้คุณไม่รู้ลืม ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเนคคาร์อยู่ริมชายป่าในหุบเขาโอเดนวาลด์ ไฮไลท์ของเมืองนี้อยู่ที่ปราสาทไฮเดลเบิร์กที่สร้างขึ้นตามสไตล์โกธิค & เรอเนสซองค์ ในอดีตเป็นป้อมปราการ และต่อมาได้ถูกเปลี่ยนแปลงให้เป็นปราสาท แม้ปราสาทแห่งนี้จะเคยถูกเผาและทำลายไปบ้างแต่ก็ยังคงสภาพความสวยงามได้จนถึงทุกวันนี้ มองจากระเบียงปราสาทลงมาจะเห็นความสวยงามของทั้งสะพานเก่าเรียกว่า Old Town Bridge และแม่น้ำเนคคาร์ ที่สวยงามมากจึงไม่แปลกใจที่หลายคนเรียกไฮเดลเบิร์กว่าเมืองแห่งความโรแมนติกอีกเมืองหนึ่งของยุโรป

  1. ป่าดำ

        ดินแดนที่มีมนต์ขลังริมทะเลสาบคอนสแตนซ์ เป็นอาณาเขตของป่าสนขนาดใหญ่ที่ขึ้นเป็นแนวเขาสุดลูกหูลูกตา อยู่ในรัฐ Baden Wuettembeg เมืองสำคัญที่อยู่ในเขต Schwarzwald คือเมือง Freiburg im Breisgau ที่เป็นเมืองชายแดน ระหว่างเยอรมัน ฝรั่งเศส และสวิส รู้สึกถึงความสงบและสันโดษอย่างหน้าอัศจรรย์ เปิดประสบการณ์ใหม่ๆที่นี่ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่าตามรอยเท้าชาวโรมัน หรือการปั่นจักรยาน ยังมีหมู่บ้านสปาน้ำแร่อันดับต้นๆของโลกอย่างหมู่บ้าน Baden-Baden ซึ่งมีความเชื่อว่าน้ำแร่ที่นี่สามารถรักษาแผลและอาการบาดเจ็บต่างๆได้ หมู่บ้านนี้ยังถูกขนานนามว่าเมืองหลวงหน้าร้อนของยุโรปเพราะน้ำแร่ที่นี่ผุดขึ้นมาจากตาน้ำทั้ง 12 แห่งรอบๆบริเวณจึงทำให้น้ำที่นี่มีแร่ธาตุสูงมาก

  1. เมืองพอทสดัม

        เมืองสวยอีกหนึ่งเมืองในอดีตเยอรมันตะวันออกที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้กำแพงหลังความแตกแยกมากกว่า 40 ปี ด้วยความสวยงามของธรรมชาติและความอุดมสมบูรณ์ในพื้นที่เป็นที่ดึงดูดให้ชาวต่างชาติพากันอพยพมายังเมืองแห่งนี้ในระหว่างศตวรรษที่ 18 แต่ผู้ที่ย้ายมาก็ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปหากแต่เป็นช่างฝีมือผู้ชำนาญในศิลปะแขนงต่างๆ สถานที่ต้องห้ามพลาดเลยนั่นคือพระราชวังซองส์ ซูซี มีความหมายว่า ไร้กังวล มีความงดงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซาย เป็นที่ประทับฤดูร้อนของพระมหากษัตริย์ สถานที่แห่งนี้ยังได้รับประกาศให้เป็นเมืองแห่งมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก และมีหน่วยงานด้านการดูแลพิพิธภัณฑ์คอยดูแลรักษาอยู่เสมอ

  1. ทะเลสาบโบเด้นเซ

        ล่องเรือชมวิวของเทือกเขาแอลป์บนทะเลสาบโบเด้นเซ สูดอากาศให้เต็มปอดสัมผัสบรรยากาศที่สวยงามโดยรอบ ทะเลสาบแห่งนี้มีอาณาเขตติดต่อสามประเทศได้แก่ สวิสเซอร์แลนด์ ออสเตรีย และเยอรมัน ซึ่งมีกิจกรรมมากมายให้คุณได้ร่วมสนุกไม่ว่าจะเป็นเล่นเรือใบ วินเซิร์ฟ ว่ายน้ำ หรือพายเรือเล่น ถ้าหากจะชมพืชพรรณไม้และผีเสื้อหลากหลายชนิดบนเกาะไมเนาก็ได้เช่นกัน ทะเลสาบโบเด้นเซยังเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับคู่บ่าวสาวจัดงานแต่งงาน เรียกได้ว่าที่แห่งนี้เป็นสถานที่สงบและเหมาะสำหรับผู้รักความเงียบสงบเป็นอย่างยิ่ง

  1. ภูเขาซุกสปิตเซ่ (Zugspitze)

        เที่ยวภูเขาที่สูงที่สุดในเยอรมัน อยู่ที่เมืองการ์มิซ-พาร์ทเท่นเคียร์เช่น (Garmish – Partenkirchen) อยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศเยอรมัน สามรถมองเห็นภูมิประเทศได้ถึง 4 ประเทศ คือ ออสเตรีย สวิสเซอร์แลนด์ อิตาลี และเยอรมัน เก็บภาพประทับใจจากจุดชมวิวบนยอดเขาที่สูงที่สุดในเยอรมันที่ 2,950 ฟุตเหนือระดับน้ำทะเล ที่ทำให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยวได้ทั้งปีคือสกีในฤดูหนาวและเดินเขาในฤดูร้อน และยังสามารถรับประทานอาหารพร้อมชมวิวโดยรอบได้ที่ภัตตาคารบนยอดเขา การเดินทางขึ้นเขานั้นก็ไม่ได้ยากลำบากอย่างที่คิดไว้ เพราะมีรถกระเช้าไว้บริการนักท่องเที่ยวอยู่ตลอดเวลา

  1. ไบ รอยท์

        เมืองแห่งประวัติศาสตร์ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแคว้นบาวาเรีย เมืองเล็กที่เสมือนต้องคำสาปเพราะเมื่อก่อนนั้นเมืองไบ รอยท์ผ่านเรื่องร้ายๆมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นภัยสงคราม การระบาดของกาฬโรค และโดนไฟไหม้ใหญ่อีกสองครั้ง แต่เมืองไบ รอยท์ ก็ผ่านพ้นมาได้ด้วยดี ที่พลาดไม่ได้ลำหรับเมืองนี้ก็คือ Margravial Opera House โรงละครโบราณสมัยศษตรรษที่ 18 เพียงไม่กี่แห่งที่หลงเหลืออยู่ ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในโรงหนังสไตล์บาโรคที่สวยที่สุดของทวีปยุโรป คุณจะไม่มีทางผิดหวังจากความอลังการของสถาปัตย์และงานศิลป์ ยุคศตวรรตที่ 18 แน่นอน

  1. จตุรัสมาเรียนพลัทซ์

        จตุรัสที่ใหญ่ที่สุดและตั้งอยู่ในใจกลางมิวนิค เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดของการชมเมืองมิวนิค รอบๆยังเต็มไปด้วยไฮไลท์ของเมืองไม่ว่าจะเป็นโบสถ์เฟราเอ้นเคี้ยเช่อะ (Frauenkirche), ศาลาว่าการเก่าสไตล์กอธิค, พิพิธภัณฑ์ของเล่น จุดเด่นของจตุรัสแห่งนี้คงจะหนีไม่พ้นรูปปั้นพระแม่มารีสร้างด้วยทองคำบนเสาหินอ่อนสีแดง ผลงานของช่างศิลป์ฮุแบร์ทแกร์ฮาร์ท บริเวณจตุรัสแห่งนี้มักจะมีศิลปินสมัครเล่นมากมายมาเปิดการแสดง ทั้งเล่นดนตรี แต่งตัวแปลกๆหรือบางคนก็ทำตัวเป็นหุ่นเลียนแบบท่าทางประหลาด สร้างความบันเทิงให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปผ่านมาเป็นอย่างมาก

  1. เมืองเบิร์ชเทสการ์เดน

        เมืองสำคัญที่ติด 1 ใน 6 ของการท่องเที่ยวเยอรมันถูกเรียกขานว่าเส้นทางดิอัลไพน์โร้ด ในอดีตเมืองนี้ยังเป็นที่ตั้งของฐานบัญชาการพรรคนาซีใหญ่ทางตอนใต้อีกด้วย นอกจากประวัติศาสตร์ของเมืองที่น่าสนใจแล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าไปเยือนนั่นคือ ทะเลสาบโคนิคซี หรืออีกชื่อหนึ่งคือทะเลสาบกษัตริย์ อยู่ทางตอนใต้ของเมืองไปประมาณ 3 ไมล์ ปัจจุบันที่แห่งนี้ได้กลายเป็นดินแดนแห่งฟยอร์ดที่มีความงดงามที่สุดในประเทศเยอรมัน นอกจากนี้แล้วยังสามารถล่องเรือชมความงามรอบๆทะเลสาบชมความงามของภูเขาเจนเนอร์อีกด้วย

ปรึกษาข้อมูลการเดินทาง จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รถเช่า ที่ KTC World Travel Service โทร. 02 123 5050