The hometown of Matcha เรียนรู้วิถีแห่งชาเขียว ที่เมือง Uji, Kyoto

อุจิ” คือ เมืองเก่าเล็ก ๆ แห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกียวโต ระหว่างเมืองเกียวโตและเมืองนารา เมืองแห่งวิถีชีวิตนี้เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์มากมายที่แอบซ่อนรอคอยผู้คนเดินทางเข้าไปสัมผัส ทั้งยังเป็นที่ตั้งของหนึ่งในมรดกโลกอย่างวัดเบียวโดอิน ที่งดงามไปด้วยศิลปะที่วิจิตร บอกเล่าเรื่องราวของประวัติศาสตร์ไว้อย่างชัดเจน และเมืองอุจิแห่งนี้ ยังเป็นต้นกำเนิดของชาเขียวญี่ปุ่นขนานแท้ที่เลื่องลือไปไกลทั่วโลกอีกด้วย

 ส่วนทีเด็ดที่เรียกว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองอุจิ ที่ทำให้ผู้คนหลั่งไหลมาเลยนั้น คงจะหนีไม่พ้นวิถีแห่งชาเขียวแบบต้นตำหรับ เพราะที่เต็มไปด้วยไร่ชาเขียวคุณภาพดี ที่ปลูกอย่างตั้งใจในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิและอากาศเหมาะสมที่สุดในการปลูกชาเขียว ทั้งยังมีบ้านบางหลังที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปทดลองศึกษาวัฒนธรรมการชงชาและฝึกชงชาตามแบบญี่ปุ่นโบราณได้อีกอีกด้วย และนี่ยังเป็นต้นกำเนิดของนวนิยายเรื่องดังของญี่ปุ่นอย่าง Genji monogatari อีกด้วย โดยมี The Tale of Genji Museumที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับสะพานอุจิไว้ให้ผู้ที่สนใจได้เข้าไปศึกษาตำนานและเป็นมาของนิยายเรื่องนี้อีกด้วย ถัดจากสะพานไปไม่ไกลนัก จะผ่านถนนเส้นเล็กที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้เขียวเย็นตาทั้งสองข้างทาง นำไปสู่ศาลเจ้า Ujikami-jinja ที่ถือเป็นศาลเจ้าสำคัญที่เก่าแก่ของเมืองอุจิ โดยเล่าต่อกันมาว่าศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น

 ถัดจากศาลเจ้า Ujikami-jinja ข้ามแม่น้ำอุจิมาอีกฝั่ง จะพบกับวัดเบียวโดอิน วัดสำคัญอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น ที่สร้างขึ้นในราวปี ค.. 1052 โดยตระกูลขุนนางฟุจิวาระ ที่แห่งนี้เคยถูกใช้เป็นที่พักก่อนจะเปลี่ยนเป็นวัดที่มีชื่อเสียงจนกลายเป็นไฮไลท์ของเมืองอุจิในปัจจุบัน ในวัดถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน คือส่วนของพิพิธภัณฑ์ Hoshokan ตั้งอยู่ในบริเวณวัด ในส่วนนี้นักท่องเที่ยวจะสามารถชื่นชมวัตถุโบราณของทางวัดทั้งพระพุทธรูป ปติมากรรม รูปแกะสลัก เทพเจ้า สิ่งศักสิทธิ์ต่างๆพร้อมรูปสักการะที่เป็นที่เคารพของชาวเมือง วัสดุที่ใช้ในการตกแต่งให้เป็นแบบดั้งเดิมที่ถูกรักษาให้มีสภาพสมบูรณ์ดังเดิม อีกหนึ่งที่ห้ามพลาดของวัดนั่นก็คือศาลา Hoo-do ที่มีชื่อเสียงและอยู่คู่กับวัดแห่งนี้มาช้านาน จนกลายเป็นสัญลักษณ์ที่บนเหรียญ 10 เยน ศาลาแห่งนี้มีชื่อเรียกง่าย ๆ อีกชื่อว่า Phoenix Hall เพราะตัวศาลามีปีกยื่นออกไปด้านข้างทั้งสองข้างจนดูคล้ายนกกำลังบิน แถมยังเป็นศาลาเดียวในวัดที่รอดพ้นจากสงคราม และไฟไหม้ใหญ่อยู่หลายครั้ง จนถูกขนานนามให้เป็นสถาปัตยกรรมที่ดั้งเดิมและเก่าแก่ที่สุดในเกียวโต

 อีกหนึ่งที่แนะนำสำหรับคนรักการกินนั่นก็คือ “ถนนชาเขียว” หรือ ถนนByodo-In Omotesando ซึ่งห่างจากวัดเบียวโดอินเพียงแค่ 5 นาที สามารถเดินเล่นเพลิน ๆ มาได้สบาย ๆ ระหว่างเดินในเมืองเรียงรายไปด้วยร้านอาหารและร้านขนมมากมาย ที่เต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์และเมนูที่มีส่วนประกอบของชาเขียว ทั้งโซบะชาเขียว ข้าวญี่ปุ่นหอมนุ่มโรยด้วยผงมัชชะที่ให้สัมผัสแปลกใหม่ชวนลิ้มลอง ซอฟท์ครีมหอมละมุนลิ้น เชื้อเชิญให้คุณแวะชิมพร้อมนั่งชื่นชมวิถีชีวิตของผู้คนที่นี่ หรือจะเลือกเดินซื้อของที่ระลึกที่นี่ก็ได้เช่นกัน

 Must Try

อีกหนึ่งร้านเด็ดที่ไม่ว่าใครมาเยือนเมืองอุจิก็ต้องแวะมาเยี่ยมเยียน นั่นก็คือ ร้านNakamura Tokichi เมนูร้านนี้เป็นภาษาอังกฤษเข้าใจได้ง่าย ที่ต้องสั่งเลยคงจะหนีไม่พ้น Buckwheat Matcha Noodle Set ที่ประกอบไปด้วยเส้นโซบะที่มีส่ว

นอกจากนี้บริเวณริมแม่น้ำอุจิ ในช่วงฤดูร้อนจะมีกิจกรรมล่องเรือและตกปลาเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว มีโชว์วิธีการจับปลาแบบโบราณ หรือ การตกปลาแบบยูไค (Ukai) ที่หาชมได้ยากโดยใช้นกกาในการจับปลาจากชาวประมงท้องถิ่นให้คุณได้ตื่นตาตื่นใจกับวิถีชีวิตที่มีมายาวนานกว่า 1000 ปีอีกด้วย ริมสองฝั่งของแม่น้ำเต็มไปด้วยโรงน้ำชา และร้านอาหารเรียงรายให้เบือกมากมาย และยังมีร้านที่จำหน่าย ชาอูจิ (Uji Tea) และผลิตภัณฑ์จากชาอูจิที่ขึ้นชื่อมากมาย ทั้ง โซบะรสชา ไอศครีมชาเขียว เป็นต้น ระหว่างแม่น้ำมีสะพานข้ามไปยังเกาะเล็ก ๆ ที่สามารถนั่งชมวิว เดินเล่น หรือปิกนิก สำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว

How to go

สามารถนั่งรถไฟจาก JR Nara Line (Kyoto Station) มาถึง Uji Station ได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน ระยะเวลาในการเดินทางประมาณ 30 นาที / เที่ยว ค่าโดยสาร 500 เยน / เที่ยว หรือจะเลือกใช้บริการแท็กซี่ก็ได้ โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ 4,500 – 5,000 เยนขึ้นอยู่กับเส้นทางและสภาพการจราจรใช้เวลาในการเดินทางอย่างน้อย 30 นาที / เที่ยว

ปรึกษาข้อมูลการเดินทาง จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รถเช่า ที่ KTC World Travel Service โทร. 02 123 5050

Leave a Reply

Your email address will not be published.