Stay in Extravagance Society
ชีวิตสุดหรูในดูไบและอาบูดาบี

หลังจากได้รับเอกราชจากประเทศอังกฤษเมื่อปี ค.ศ. 1971การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาเรียกได้ว่าก้าวกระโดดและมีระดับการขยายตัวสูงถึง 300 เปอร์เซ็นต์ ประเทศธรรมดากลับไม่ธรรมดาอีกต่อไปนับตั้งแต่มีการขุดพบบ่อน้ำมันขนาดใหญ่ใต้พื้นดินและท้องทะเล

นักเดินทางต่างขนานนามให้ดูไบและอาบูดาบีเป็นเมืองฝาแฝดกันในเรื่องของความหรูหรา แฟชั่นและความทันสมัย มาทำความรู้จักกับสองเมืองสำคัญของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วย 5 เรื่องราวสุดยอดของเมืองแห่งมนต์เสน่ห์ที่ดูไบและอาบูดาบีกัน

  1. สุดยอดที่พัก โรงแรม Burj Al Arab 

โรงแรมสุดหรูระดับ 7 ดาวแห่งเดียวในโลก ต้นแบบของโรงแรมต้นแบบของโรงแรมต่างๆในดูไบและทั่วโลก ได้รับรางวัลการันตีมากมายและขึ้นชื่อในเรื่องการบริการที่เป็นเลิศ โรงแรม Burj Al Arab ตั้งอยู่บนเกาะลอยน้ำห่างจากฝั่ง 280 เมตร เชื่อมต่อทางเดินด้วยสะพานโค้งเพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้เข้าพัก ตัวอาคารออกแบบให้เป็นสัญลักษณ์ของเมืองดูไบโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากใบของเรือใบ การตกแต่งภายนอกและภายในภายใต้คอนเซปส์หรูหรา ใช้เวลาในการเลือกเฟ้นวัสดุชั้นเยี่ยมและหายากเพื่อนำมาตกแต่งและนำมาผลิตเป็นอุปกรณ์ภายใน ห้องพักแต่ละห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมากเช่น คอมพิวเตอร์ไอแมคขนาด 21 นิ้ว, เครื่องแฟกส์, โทรทัศน์ระบบตอบโต้จอกว้างความละเอียดสูง เป็นต้น หน้าต่างภายในห้องพักสูงจากพื้นจรดเพดานซึ่งทำให้เห็นวิวอันงดงามของอ่าว Arabian โดยรอบ สำหรับผู้ที่เข้าพักที่โรงแรมนี้สามารถเข้าร่วมกิจกรรมทางน้ำได้โดยไม่จำกัดที่สวนน้ำ Wild Wadi Waterpark ซึ่งอยู่ห่างจากโรงแรมโดยการเดินข้ามสะพานเพียง 5 นาที ราคาห้องพักเริ่มต้นที่ 60,000 บาท

  1. สุดยอดสวนสาธารณะ Sofa Park

เพลิดเพลินไปกับความเงียบสงบของสวนสาธารณะในเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของดูไบ มีพื้นที่ทั้งหมด 64 ไร่ ภายในสวนประกอบด้วยพรรณไม้นานาชนิด, สนามหญ้า, น้ำตกและนกกว่า 200 สายพันธุ์ เหมาะสำหรับผู้ที่หากิจกรรมร่วมกับครอบครัวและคนรัก นอกจากจะมีพื้นที่ปิกนิกและสนามเด็กเล่นแล้วยังมีพื้นที่สำหรับบาบีคิว, สนามฟุตบอลขนาดใหญ่และโรงยิมสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ หากไม่ต้องการที่จะเดินทัวร์ บริเวณสวนสาธารณะมีรถจักรยานให้เช่าเพื่อปั่นชมทัศนียภาพโดยรอบ สวนสาธารณะ Safa เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 8 โมงเช้าจนถึง 4 ทุ่ม

  1. สุดยอดเกาะเทียม The Plam Island

ท่านสุลต่านอะห์เหม็ด บิน สุลาเย็ม ได้สร้างผลงานที่โลกตะลึงคือโครงการเนรมิต เดอะ ปาล์ม ไอร์แลนด์ เกาะรูปต้นปาล์มขนาดใหญ่ใกล้ชายฝั่งประเทศดูไบด้วยเงินประมาณ 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยจะมีการก่อสร้างทั้งหมด 3 โครงการคือ The Plam Jumeirah, The Plam Jebel Ali และ The Plam Diera เริ่มจากการถมทะเลให้มีลักษณะและขนาดแตกต่างกันมีส่วนโค้งล้อมรอบปาล์มเป็นจุดศูนย์กลางของเกาะ ทั้ง 3 โครงการนี้ถูกจัดตั้งเพื่อให้เป็นที่พักระดับ 5 ดาว, ศูนย์การค้า และสถานบันเทิง สามารถดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลกเข้ามาลงทุนได้อย่างมหาศาล หมู่เกาะต้นปาล์มนี้ถือได้ว่าเป็นการพัฒนาชายฝั่งทะเลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

  1. สุดยอดแหล่งช้อปปิ้ง Dubai Mall

เป็นที่ทราบกันดีว่า Dubai Mall คือแหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลกสามารถรองรับนักท่องเที่ยวถึง 100 ล้านคนต่อปี หากต้องการเดินชมสินค้าและความงามภายในศูนย์การค้าควรต้องมีเวลา 2 วันขึ้นไป มีขนาด 13 ตารางฟุตหรือสนามฟุตบอล 5 สนาม สถานที่เหล่านักช้อปทุกคนใฝ่ฝันเพราะนอกจากจะได้เลือกสินค้าแบรนด์ดังมากมายถึง 635 ร้านแล้วยังสามารถซื้อสินค้าแบบปลอดภาษีอีกด้วย ภายในพื้นที่ของศูนย์การค้ามีขนาดใหญ่และกว้างขวางมาก อีกทั้งยังเป็นที่ทั้งของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำดูไบที่มีพร้อมเปิดให้ชมสัตว์น้ำ 33,000 ชนิดภาย Dubai Mall แห่งนี้เท่านั้น ถือเป็นความแปลกใหม่ที่ยังไม่มีศูนย์การค้าที่ไหนในโลกทำได้

  1. สุดยอดแห่งสนามแข่งม้า Meydan Rececourse

สนามม้าสำหรับการแข่งม้าระดับโลก ตลอดระยะ 2,000 เมตรของสนามได้ถูกออกแบบอย่างเป็นพิเศษสำหรับม้าและยังรองรับผู้เข้าชมถึง 60,000 คน การแข่งม้าจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันเสาร์สุดท้ายของเดือนมีนาคม เงินรางวัลสำหรับผู้ชนะในการแข่งขันครั้งนี้ก็ถือได้ว่าเป็นจำนวนมากที่สุดในโลกอีกด้วยเพราะมีมูลค่ามากถึง 10 ล้านดอลล่าสหรัฐ นอกจากนั้นภายในสนามแข่งมาแห่งนี้ยังครบครันด้วยความบันเทิงชั้นนำและหรูหรา มีโรงแรมระดับ 5 ดาว, สปาชั้นนำ, สถาบันสอนกีฬาเทนนิสและขี่ม้า มีการดูแลรักษาความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก

ปรึกษาข้อมูลการเดินทาง จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รถเช่า ที่ KTC World Travel Service โทร. 02 123 5050