Mandalay

        มัณฑะเลย์ นครศักดิ์สิทธิ์แห่งมนต์ขลังที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของอดีต ยังคงดึงดูดผู้คนให้แวะเวียนเข้ามาชมความงดงามทางสถาปัตยกรรม และศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะยากที่จะหาชมได้จากที่อื่น ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับธรรมชาติได้อย่างน่าอัศจรรย์

พระราชวังมัณฑะเลย์ พระราชวังแห่งสุดท้ายของมัณฑะเลย์        เมืองเก่าแก่ที่คงมนต์ขลังของอดีตไว้ได้อย่างมีเสน่ห์ดังเช่น มัณฑะเลย์ เมืองแห่งวัดวาอารามนั้น ย่อมมีปุชณีสถานที่อยู่คู่เป็นตำนานของบ้านเมืองมาแต่โบราณ แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป สิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ที่เคยรุ่งเรืองย่อมต้องสลายไปตามกาลเวลา หากแต่ พระราชวังแห่งสุดท้ายของมัณฑะเลย์นั้น ยังคงเหลือความงดงามที่แฝงไปด้วยเสน่ห์แห่งอดีตไว้ให้คนรุ่นใหม่ได้ไปสัมผัสกัน

        พระราชวังแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นไฮไลท์อย่างหนึ่งของการมาเยือนมัณฑะเลย์  ด้วยบรรยากาศของความขลังที่สะท้อนออกมาจากภาพถ่าย ดึงดูดให้เหล่านักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมเยือนสถานที่แห่งนี้กันอย่างไม่ขาดสาย

นอกจากความสวยงามแปลกตาของตัวพระราชวังเองแล้ว ที่นี่ยังมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ และเป็นความรู้ทางประวัติศาสตร์ โดยพระราชวังมัณฑะเลย์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้ามินดง หลังจากเหตุการณ์การย้ายเมืองหลวงในช่วงของสงครามพม่า-อังกฤษ เล่าลือกันว่าพระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง จึงมีความงดงามติดอันดับเอเชีย รวมถึงมีคูน้ำที่เปรียบเสมือนกำแพงชั้นที่สองล้อมโดยรอบ ประกอบเข้ากับประตูบานใหญ่ที่เปิดรับการมาเยือน ตามประวัติศาสตร์ของพม่าได้เล่าว่า ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น ทางอังกฤษมีความเข้าใจว่าพระราชวังแห่งนี้เป็นที่ซ่อมสุมของทหารญี่ปุ่น จึงได้สั่งการทำลายด้วยการทิ้งระเบิดจากเครื่องบิน ทำให้พระราชวังแห่งนี้ตกอยู่ในความเสียหายมาโดยตลอด แต่เมื่อเวลาผ่านไป รัฐบาลพม่าได้ดำเนินการซ่อมแซมปรับปรุง และบูรณะใหม่โดยยึดจากเค้าโครงเดิม จนที่แห่งนี้กลับมางดงามดังเดิม

        บรรยากาศโดยรองของพระราชวังนั้นดูร่มรื่นสบายตา และยังคงแฝงตัวอยู่ในความสงบร่มเย็นของธรรมชาติ พระราชวังแห่งนี้ยังแอบซ่อนจุดชมวิวอันงดงามไว้บนจุดที่สูงที่สุดของตัวอาคารอีกด้วย หากได้ไปสัมผัสความงดงามนี้สักครั้ง อาจจะทำให้คุณประทับใจไม่รู้ลืม

Tips

โดยการเดินทางไปเที่ยวชมพระราชวังและส่วนของพิพิธภัณฑ์มัณฑะเลย์นั้นจำเป็นต้องซื้อบัตรเข้าชมและขออนุญาติจากทางทหารก่อนเท่านั้นโดยมีบริการรถทัศนาจร เนื่องจากที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตของกองทัพบก สำหรับเวลาเข้าชมนั้นสามารถเข้าชมได้ทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย  บ่างส่วนอาจไม่อนุญาติให้ถ่ายรูปได้ เพราะเป็นเขตรักษาความปลอดภัยที่ค่อนข้างเข้มงวด จึงควรศึกษากฎระเบียบให้เข้าใจก่อนเดินทาง

มัณฑะเลย์ฮิลล์

       การชมความงดงามของทัศนียภาพที่สวยงามอย่างเหนือระดับนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีองศาที่เหมาะสม เช่นเดียวกับการชมวิวที่งดงามเหนือคำบรรยายของมัณฑะเลย์ มัณฑะเลย์ฮิลล์ เป็นจุดชมวิวที่เหมาะสมที่สุด ที่จะทำให้คุณได้เห็นทั้งเมืองในมุมสูงแบบพาโนราม่า ด้วยความสูงถึง 236 เมตร และยังตั้งอยู่ใจกลางเมือง ง่ายต่อการมาเที่ยวชม ไม่แปลกเลยที่สถานที่แห่งนี้จะมีผู้คนทะยอยแวะเวียนมาอย่างไม่ขาดสาย บริเวณโดยรอบยังมีสถานที่น่าสนใจให้เลือกไปชมกันอีกหลายที่

ทั้ง วิหารบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ค้นพบในแคว้นธารราษฎ์ในประเทศอินเดียว หรือหากมีเวลาเดินไปเกือบถึงส่วนยอดเขาก็จะได้พบกับ ชเวยัตดอร์ หรือพระพุทธรูปขนาดใหญ่สองรูปปิดทองทั่วทั้งองค์ เลยขึ้นไปบนยอดเขา วิหารซูตองพญา รูปทรงคล้ายคล้ายมณฑปจะตั้งอยู่อย่างโดดเด่น ภายในวิหารได้มีการประดิษฐานพระพุทธรูปไว้ทั้งสี่ทิศ ได้แก่  พระกกุสันโธ พระโกนาคมน์ พระกัสสป และพระสมณโคดม นอกจากนี้บริเวณรอบวิหารยังมีระเบียงยื่นออกมาให้ได้ชมวิวมุมสูงที่สามารถมองเห็นแม่น้ำอิระวดี และพระบรมมหาราชวังกันอีกด้วย

Tips

การเดินทางไปยังมัณฑะเลย์ฮิลล์นั้น จะต้องผ่านปากทางที่มีรูปปั้นสิงห์ขนาดใหญ่สองตัว และเดินขึ้นบันไดต่อไปอีก 7,292 ขั้น และสามารถแวะพักตามจุดชมวิวต่างๆที่ถูกจัดไว้ได้ตามอัธยาศัย แต่หากไม่ต้องการเดิน ก็มีบริการรถสองแถวขึ้นไปถึงยอดเขาเช่นกัน แต่บริการรถสองแถวนั้นจะมุ่งหน้าตรงสู่ยอดเขาโดยไม่แวะจุดชมวิวใดๆ ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจึงใช้วิธีขึ้นรถไปจนถึงยอดเขา และเดินลงบันไดในขากลับเพื่อแวะเก็บภาพที่สวยงามไว้บันทึกความทรงจำ

สะพานไม้อูเบ็ง

        สิ่งก่อสร้างที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศพม่าอย่างหนึ่งคงหนีไม่พ้น สะพานอูเบ็ง สะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก ว่ากันว่าไม้ที่ใช้สร้างสะพานแห่งนี้คือไม้ที่รื้อมาจากพระราชวังเก่าแก่แห่งกรุงอังวะก่อนที่จะทำการโยกย้ายกรุง ด้วยความยาวกว่า 2 กิโลเมตร ทำให้ระหว่างเดินข้ามสะพานนี้ นักท่องเที่ยวจะมีเวลาได้ชื่นชมธรรมชาติอันงดงามสองฟากฝั่งของทะเลสาบตองตะมาน และเห็นถึงวิถีชีวิตของผู้คนท้องถิ่นได้อย่างใกล้ชิดอีกด้วย โดยที่มาของชื่อ อูเบ็ง นั้น ได้ตั้งขึ้นตามชื่อขุนนางชั้นผู้ใหญ่ในอดีตของพม่า ผู้ซึ่งสั่งให้สร้างสะพานไม้อันสวยงามติดอันดับโลกนี้ขึ้น สะพานแห่งวิถีชีวิตชาวมอญนี้มีอายุยาวนานถึง 200 ปี โดยยังคงความแข็งแรงและมนต์เสน่ห์ไว้อย่างครบถ้วน และยังคงเย้ายวนชวนให้ผู้คนพากันเดินทางมาสัมผัสบรรยากาศดีดีระหว่างทางทอดยาวของสะพานแห่งนี้ให้ได้ในสักครั้งหนึ่งของชีวิต

Tip : การเดินทางสามารถนั่งรถจากในตัวเมืองมัณฑะเลย์โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที ราคาขึ้นอยู่กันการตกลงกัน ซึ่งไม่ควรจะเกิน 25,000 จ๊าด (รวมขาไป-กลับ) แต่หากนั่งเท็กซี่เป็นแบบแท็กซี่มิเตอร์ ราคาไม่ควรเกิน 25,000 จ๊าด

วัดตวงคาลัต ภูเขาโปปา

        อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องไปสัมผัสบรรยากาศแปลกใหม่กันให้ได้สักครั้งในมัณฑะเลย์ ก็คงหนีไม่พ้น วัดตวงคาลัค วัดที่มีทำเลที่ตั้งโดดเด่นอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟ หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในนามของ เขาโปปา โดยเชื่อกันว่าที่แห่งนี้เป็นที่สิงสถิตของเหล่าวิญญาณและภูติ แลพเทวดา ตามความเชื่อแล้ววิญญาณเหล่านี้เสียชีวิตอย่างทุกข์ทรมานจึงไม่สามารถไปสู่สุขติได้  บ่อยครั้งจึงแสดงอิทธิฤทธิ์เหนือธรรมชาติ เป็นที่เกรงกลัวของชาวบ้าน จึงได้มีการตั้งศาลไว้กราบไหว้บูชา 

        ดังนั้นจึงถือเป็นภูเขาศักสิทธิ์ที่ทุกคนให้ความเคารพยำเกรงและเป็นที่มาของการก่อสร้างวัดตวงคาลัค ที่ตั้งอยู่บนที่ราบสูงลาวาบนยอดอดีตภูเขาไฟสงบอย่างภูเขาโปปา ระหว่างทางขึ้นไปยังวัดต้องเดินทางลัดเลาะไปตามไหล่เขา ผ่านบันไดกว่า 777 ขั้น เหมาะสำหรับเหล่านักผจญภัย และสิ่งที่จะทำให้คุณหายเหนื่อยจากการเดินทางก็ตคงหนีไม่พ้นวิวสวยๆ แบบพาโนรามาบนยอดเขา ที่จะทำให้คุณมองเห็นอาณาจักรพุกามได้อย่างอิสระ รวมถึงแม่น้ำอิรวดีที่อยู่ห่างออกไป พร้อมทั้งบรรยากาศดีดีที่คุณจะไม่มีวันลืมเลือน

Tip : ผู้คนนิยมมาขอพรด้านหน้าที่การงานและการเรียนกันที่นี่ ลักษณะคล้ายการขอพรกับเทพเจ้าทันใจ

ตลาดเช้ามัณฑะเลย์

        หากต้องการจะสัมผัสวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นอย่างความใกล้ชิด ตลาดในตอนเช้าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะนักท่องเที่ยวจะสามารถชื่นชมวิถีชีวิต รวมถึงอาหารการกินและกิจกรรมของคนท้องถิ่นได้อย่างลึกซึ้ง สินค้าส่วนใหญ่เป็นผักผลไม้ท้องถิ่น และดอกไม้ต่าง ๆ สีสันสวยงามสดส ที่จำหน่ายกันในราคาค่อนข้างต่ำ รวมถึงมีร้านค้าที่มีอาหารพื้นบ้านให้เลือกชิมกัน และยังสามารถนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมร่วมกันกับชาวบ้านได้อีกด้วย

Tips:   หากต้องการสัมผัสบรรรยากาศท้องถิ่นที่เต็มไปด้วยความคึกคักนั้นควรเผื่อเวลาไปตั้งแต่ประมาณ 6 โมงเช้า

ปรึกษาข้อมูลการเดินทาง จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รถเช่า ที่ KTC World Travel Service โทร. 02 123 5050