Lose Your Mind and Find Your Soul ที่หมู่บ้านชิราคาวาโกะ

เมื่อกล่าวถึงประเทศญี่ปุ่น มักเป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่าดินแดนอาทิตย์อุทัยแห่งนี้มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์มากมายที่ล้วนมีชื่อเสียงมาเป็นเวลานานแล้ว แต่จะมีใครรู้บ้างว่าลึกเข้าไปท่ามกลางหุบเขาในจังหวัดกิฟุซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงโตเกียวมากนักยังมีหมู่บ้านชาวนาเล็ก ๆ ที่ตัดขาดจากโลกภายนอกแต่น่าสนใจไม่แพ้ที่ใดชื่อว่า “ชิราคาวาโกะ” มีอายุเก่าแก่กว่า 250 ปีจนได้รับการอนุรักษ์และขึ้นบัญชีจากองการณ์ยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม

โดยเดิมทีแล้วหมู่บ้านแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวนาที่นิยมทำการเพาะปลูกบัควีทและข้าวฟ่างไว้สำหรับเลี้ยงชีพในอดีตเนื่องจากไม่สามารถทำนาข้าวบนพื้นที่ราบสูงได้ นอกจากนี้ชาวบ้านในแถบนี้ยังทำอาชีพอื่นอีกหลากหลาย เช่น ผลิตกระดาษด้วยเส้นใยปอสาที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ทำอุตสาหกรรมดินประสิวซึ่งใช้ทำดินปืน และอุตสาหกรรมไหม ต่อมาทั้งอุตสาหกรรมการผลิตกระดาษและดินประสิวได้เริ่มเสื่อมถอยลง อุตสาหกรรมไหมจึงเป็นรายได้หลักของหมู่บ้านนี้ สังเกตเห็นได้จากผ้าไหมที่มีอยู่ทุกบ้านสำหรับต้อนรับให้ความอบอุ่นแก่นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาที่หมู่บ้านแห่งนี้ในช่วงหน้าหนาว

ทันทีที่เดินทางมาถึงเขตของหมู่บ้านชิราคาวาโกะ สิ่งแรกที่จะได้เห็นคือสะพานข้ามแม่น้ำซึ่งทอดยาวไปยังหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนทรงกะทัดรัดมุงด้วยหลังคาแบบพิเศษเรียกว่า “กัสโซสึคุริ” (Gassho – zukuri) ที่มีที่มาจากคำว่า “กัสโซ” แปลว่า “พนมมือ” คอยต้อนรับการมาเยือนของนักท่องเที่ยว ความพิเศษของหลังคาชนิดนี้คือมีคุณสมบัติให้ความอบอุ่นและรองรับหิมะได้เป็นจำนวนมาก ว่ากันว่าการเปลี่ยนแปลงหลังคาในแต่ละครั้งต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากถึงยี่สิบล้านเยนต่อบ้านหนึ่งหลัง นอกจากความพิเศษของหลังคาบ้านแล้วบ้านเรือนเหล่านี้ยังทำมาจากวัสดุธรรมชาติ และไม่ใช้ตะปูในการทำโครงสร้างอีกด้วย

ด้วยสภาพที่ตั้งที่อยู่บนที่ราบสูงฮิดะ (Hida) ท่ามกลางหุบเขาที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้ใบหญ้าซึ่งเปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล ทำให้สภาพแวดล้อมของหมู่บ้านแห่งนี้มีความงดงามแตกต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล คอยแต่งแต้มสีสันให้แก่หมู่บ้านชิราคาวาโกะตลอดทั้งปี

กิจกรรมที่สามารถทำได้ในหมู่บ้านแห่งนี้คือการเดินเล่นชมความงดงามของบ้านเรือนซึ่งตามเส้นทางนั้นเรียงรายไปด้วยร้านขายของที่ระลึกแบบพื้นเมือง ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ไปจนถึงที่พัก สิ่งที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือการแวะพักจิบกาแฟและทานขนมโมจิในบ้านเก่าย้อนยุค และหากกำลังมองหาที่พัก บ้านวาดะ (Wada) และบ้านนางาเสะ (Nagase) ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีในการมาพักผ่อนและเรียนรู้การใช้ชีวิตของชาวบ้านแถบนี้ในอดีต ลักษณะภายในบ้านจะเป็นทางเดินเล็ก ๆ มีห้องน้ำ รวมไปถึงอาหาร ห้องครัว และห้องนอน 1 ห้องทางฝั่งซ้ายมือส่วนฝั่งขวามือมีห้องสุขาแยกชาย – หญิง และห้องนอนอีก 2 ห้องที่ภายในปูด้วยเสื่ออาตามิ มีฟูกและผ้าห่ม ไฮไลท์ของห้องนอนคือเมื่อเปิดประตูเข้าไปจะมีระเบียงชมวิวอยู่ฝั่งตรงข้ามสำหรับนั่งมองดูท้องถนนและผู้คนที่เดินผ่านไปมา นอกจากกิจกรรมทั่วไปแล้วหมู่บ้านแห่งนี้ยังมีประเพณีสำคัญซึ่งก็คือ ประเพณีลุยน้ำ ที่จัดขึ้นทุกปีในช่วงเดือนสิงหาคมอีกด้วย เป็นประเพณีที่ได้รับความนิยมอย่างมากที่โกคายาม่าและถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่นักเหล่านักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนหมู่บ้านชิราคาวาโกะ

Tip: หากต้องการถ่ายภาพวิวที่สามารถเห็นหมู่บ้านชิราคาวาโกะได้ทั้งหมู่บ้าน สามารถขึ้นไปเก็บภาพได้ที่จุดชมวิวปราสาทโอกิมาชิ

When to go: สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวที่หมู่บ้านชิราคาวาโกะได้ทุกฤดูกาล ซึ่งหากมาในเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์จะได้สัมผัสกับอากาศหนาวเย็น เดือนมีนาคม – พฤษภาคมจะได้สัมผัสกับอากาศที่บริสุทธิ์ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เดือนมิถุนายน – สิงหาคมเป็นช่วงฤดูร้อน และเดือนกันยายน – พฤศจิกายนจะเป็นช่วงที่เย็นสบายในฤดูใบไม้ร่วง

How to go: การเดินทางไปหมู่บ้านชิราคาวาโกะสามารถไปได้หลายเส้นทาง หนึ่งวิธีที่ง่ายก็คือการเดินทางจากสนามบินเซ็นแทร์ไปที่สถานีนาโงย่าโดยใช้เวลาประมาณ 5 นาที จากนั้นซื้อตั๋วรถไฟซึ่งราคาอยู่ที่ประมาณ 6,230 เยน หรือสามารถเลือกซื้อตั๋ว JR Takayama – Hokuriku Pass แบบเดินทาง 5 วันต่อเนื่องก็ได้ ซึ่งตั๋วชนิดนี้สามารถเดินทางได้ทั้งนาโกย่า (Nagoya) – ทาคายาม่า (Takayama) – โทยาม่า (Toyama) – คานาซาว่า (Kanazawa) – โตเกียว (Tokyo) – โอซาก้า (Osaka) นอกจากนี้ผู้ถือตั๋วยังสามารถเที่ยวหมู่บ้านชิราคาวาโกะได้ฟรีด้วย Nohi bus ซึ่งสามารถเลือกขึ้นจากทาคายาม่าหรือคานาซาว่าก็ได้

ปรึกษาข้อมูลการเดินทาง จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รถเช่า ที่ KTC World Travel Service โทร. 02 123 5050

Leave a Reply

Your email address will not be published.