From Nan to Loie
น่าน เนิบ เนิบ . . เลย เรื่อย เรื่อย

หากต้องการจะหาสถานที่เงียบ ๆ เพื่อพักผ่อน ดื่มด่ำไปกับธรรมชาติแล้ว ประเทศไทยเต็มไปด้วยเมืองเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในอ้อมกอดของธรรมชาติอยู่มากมายให้เลือกเดินทางไปพักผ่อนกายใจ ชาร์ตพลังให้ชีวิตที่เหนื่อยล้าจากการทำงาน ซึมซับวัฒนธรรม และความเรียบง่ายของวิถีชีวิตคนท้องถิ่นและประเพณีเก่าแก่ไว้อย่างครบถ้วน

น่าน เนิบ เนิบ

ถนนสายเล็กที่ทอดตัวอยู่ท่ามกลางป่าเขา นำคุณให้มาสัมผัสกับกลิ่นอายของความเงียบสงบที่รอต้อนรับอยู่ที่ปลายทาง “นครน่าน” เมืองในฝันที่ใครหลายคนคิดอยากจะไปเยือกสักครั้ง บรรยากาศในเมืองเต็มไปด้วยความคลาสสิค สิ่งก่อสร้างที่ยังอบอวลไปด้วยกลิ่นของอดีต เชิญชวนให้ต้องมนต์เสน่ห์และเดินสำรวจโดยรอบเมือง วัดวาอารามต่าง ๆ มีที่ไปที่มาที่น่าสนใจ และเป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศไทย และคำที่ได้ยินกันจนคุ้นหูอย่าง “Slow Life” คงเป็นถือได้ว่าเป็นนิยามที่แท้จริงของเมืองนี้ เพราะชีวิตความเป็นอยู่ของที่ดูเรียบง่าย ค่อยเป็นค่อยไป ช้า ๆ หากแต่เต็มไปด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ อันน่าประทับใจ และนอกจากความสวยงามทางสถาปัตยกรรมแบบเมืองเหนือที่เก่าแก่แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ดึงดูดเหล่านักเดินทางให้มาที่คงจะเป็นอัธยาศัยและรอยยิ้มของเจ้าบ้าน ที่ทำให้ผู้มาเยือนได้รับความรู้สึกสบาย เป็นกันเอง และเต็มเปี่ยมไปด้วยความประทับใจ

 

เนื่องจากเป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อด้านวัฒนธรรมอันสวยงาม วัดวาอารามต่าง ๆ ที่กระจายอยู่โดยรอบจึงเป็นที่นิยม ด้วยความสวยงามแปลกตา และเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรม ทั้งวัดภูมินทร์ ที่ถือเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของชาวน่าน และที่นี่เองที่เป็นที่มาของตำนาน ภาพกระซิบรักบรรลือโลก ที่โด่งดัง ตัวประตูวิหารถูกแกะสลักอย่างงดงามโดยช่างล้านนาฝีมือดีและยังเป็นพระอุโบสถทรงจตุรมุขเพียงที่เดียวของประเทศไทยงดงามชวนให้ไปชื่นชม ซึ่งมองได้เหมือนการศึกษาเรียนรู้ภูมิปัญญาการทอผ้าฝ้ายผ่านวิถีชุมชนของคนในท้องถิ่นก็เป็นอีกเรื่องที่น่าสนใจ โดยผู้มาเยี่ยมชมจะได้เรียนรู้ขั้นตอนการทอผ้าตั้งแต่การปั่นฝ้าย การย้อมสี ไปจนถึงการถักทออกมาให้เป็นผืนผ้าที่งดงาม รวมไปถึงการเรียนเขียน พูดและอ่านภาษาล้านนาท้องถิ่น ในยามเย็นยังมีถนนคนเดินในบริเวณโดยรอบวัดภูมินทร์ให้ได้เดินสัมผัสบรรยากาศดี ๆ พร้อมทดลองชิมอาหารพื้นเมืองแสนอร่อยอย่างจุใจอีกด้วย

 

เลย เรื่อย เรื่อย

ชาร์จพลังชีวิตของคุณด้วยวิวสวย ๆ ของเนินเขาสลับซับซ้อนตัดกับลำน้ำโขง พร้อมอากาศเย็น ๆ ยามเช้าแสนสดชื่นที่ เชียงคาน จังหวัดเลย เมืองเล็กริมแม่น้ำโขงที่เติมเปี่ยมไปด้วยวัฒนธรรม ประเพณีเก่าแก่ และการดำเนินชีวิตเรียบง่ายพอเพียงแบบดั้งเดิม ด้วยภาพของบ้านไม้ที่คงความงดงามแบบสะกดใจผู้ที่มาเยือนให้ตกอยู่ในเสน่ห์ของความคลาสสิก อบอุ่นไปด้วยกลิ่นไอของอดีต
ที่เชียงคานมีกิจกรรมให้เหล่านักท่องเที่ยวได้เลือกกันมากมาย ทั้งการปั่นจักรยานชมบ้านไม้โบราณ การไหว้พระวัดเก่าทั้ง 9 วัด การตักบาตรข้าวเหนียวในยามเช้า ทดลองชิมอาหารพื้นเมือง หรือจะเลือกนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกับชาวบ้านในพื้นที่ โดยในตัวเมืองเชียงคานจะแบ่งออกเป็นซอกซอยเล็ก ๆ มีถนนสายหลักในเมืองที่เรียกว่า ถนนศรีเชียงคาน ที่ขนานคู่ไปกับถนนสายใหญ่ เริ่มตั้งต่ซอย 1 ถึง ซอยที่ 24 และถนนศรีเชียงคานนี้ยังแบ่งออกเป็นฝั่งบนกับฝั่งล่าง ให้เลือกไปสำรวจกัน สองข้างทางของถนนสายหลักแห่งเมืองเล็กนี้เต็มไปด้วยบ้านไม้โบราณ ที่มีการแปลงสภาพไปเป็นที่พัก ทั้งโรงแรม โฮมสเตย์ ร้านอาหาร และร้านค้าที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ถนนเส้นนี้เรียกอีกชื่อว่า ถนนชายโขง มีระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ถือเป็นถนนยอดฮิตของนักท่องเที่ยว และเป็นเส้นทางปั่นจักรยานประจำเมืองเชียงคานอีกด้วย นักท่องเที่ยวส่วนมากมักจะปั่นจักรยานชมวิถีชีวิตริมฝั่งโขง ถ่ายภาพเก็บความงดงามไว้เป็นความทรงจำ นอกจากการเที่ยวชมเมืองแล้ว วัดสำคัญต่าง ๆ ก็ยังรอคอยให้เหล่านักเดินทางได้เข้าไปสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล ทั้ง วัดศรีคุณเมือง วัดโพนชัย  วัดป่ากลาง  วัดมหาธาตุ  วัดท่าแขก และ วัดสันติวนาราม ที่ตั้งกระจายกันอยู่รอบ ๆ เมือง

อีกไฮไลท์ที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเชียงคานคือการตื่นมารับอากาศเย็น ๆ และตักบาตรข้าวเหนียวพร้อมคนเฒ่าคนแก่ในยามเช้า เพราะถือเป็นประเพณีเก่าแก่ที่สิบทอดกันมาช้านาน และโอกาสตักบาตรข้าวเหนียวมีแค่ไม่กี่ที่ในประเทศไทยเท่านั้น ความสงบเรียบง่ายของวิถีชีวิตและรอยยิ้มที่จริงใจของคนที่นี่ จะทำให้คุณหอบความอบอุ่นหัวใจ และความงามในความเรียบง่ายกลับไปอย่างเต็มอิ่ม

 

Tip: ถนนคนเดินที่เชียงคานมีให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 17.00 – 21.00แต่ก่อนจะไปเดินเล่นเลือกซื้อของกัน สามารถเดินตัดซอยเล็ก ๆ ไปริมโขง เพื่อชมวิวพระอาทิตย์ตกก่อนให้เต็มอิ่มก่อนแล้วค่อยมาเดินเที่ยว

Don’t Miss! : มาถึงเชียงคานทั้งที อาหารท้องถิ่นถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรพลาด “ข้าวปุ่นน้ำแจ่ว” หรือ ขนมจีนน้ำใส ที่หาทานได้เฉพาะที่เชียงคานเท่านั้น ลักษณะเมนูคือเส้นขนมจีนราดด้วยน้ำซุปใสสูตรพิเศษ และเครื่องในหมูต้มสุก พร้อมผักต่าง ๆ ทั้งผักบุ้ง กะหล่ำปลี ถั่วงอก ถั่วฝักยาว ที่ขาดไม่ได้เลนคือต้นหอมซอยและใบสาระแหน่เพิ่มกลิ่นและรสชาติที่กลมกล่อม มีร้านเด็ดหลายร้านในย่านตัวเมือง ทั้ง ป้าอ๋อยข้าวปุ้นน้ำแจ่ว (ซอย 5 บน), ป้านางข้าวปุ้นน้ำแจ่วชอย 6, ป้าลี่ ข้าวปุ้นน้ำแจ่ว ซอย 14 ข้างวัดมหาธาตุ ที่จะเปิดเฉพาะช่วงเช้า ตั้งแต่ 08.00 – 11.00 น. เท่านั้น