เมืองแดดร้อน ลมแรง ที่ .. กาญจนบุรี

ทริปครั้งนี้ของเรา 3 วัน 4 คืนถ้วนค่ะ

วันแรก ต้นจามจุรีย์ยักษ์วัดถ้ำเสือ

วันที่สอง สุสานทหารสัมพันธมิตรสะพานข้ามแม่น้ำแควเขื่อนศรีนครินทร์น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น

วันที่สาม น้ำตกไทรโยคน้อยสังขละบุรีทัวร์ชมวัดกลางน้ำสะพานมอญ

วันที่สี่ ตักบาตรเช้าฝั่งมอญอุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทเมืองสิงห์

เนื่องจากวันแรกเราไปถึงกาญฯ กันเช้ามาก จนคิดว่าไม่มีที่ไหนเปิด กินข้าวเช้ารอก็แล้วก็ยังเช้าอยู่ เราเลยปรับเปลี่ยนแผนไปที่ต้นจามจุรีย์ยักษ์กันก่อน เนื่องจากที่นี่ไม่มีเวลาเปิดปิดนั่นเองค่ะ ตอนนั้นเป็นฤดูหนาว ใบก็เลยไม่ค่อยพุ่มเท่าไหร่ ออกจะร่วงไปพอสมควร แต่ก็สวยงามไปอีกแบบค่ะ หลังจากนั้นเราก็ไปวัดถ้ำเสือกันต่อ เพราะได้เลยเวลาเปิดมาสักพักและสองที่นี้อยู่ใกล้กัน ขนาดไปเช้าแล้ว แต่รถนักท่องเที่ยวก็มากันเยอะมากค่ะ คนเต็มวัดทั้งต่างชาติและคนไทยเลย เห็นพาเด็กๆมาทัศนศึกษากันด้วย ที่วัดจะมีรถรางบริการ ถ้าใครยังเดินไหว แนะนำให้เดินมากกว่าค่ะ เพราะบันไดไม่ได้ยาวขนาดนั้น แต่อาจจะขั้นเล็กและชันนิดหน่อย หากอยากจะชมวิวสวยๆ ควรขึ้นไปบนเจดีย์ค่ะ ชั้นล่างๆก็ว่าสวยแล้ว แต่ขึ้นไปก็ยิ่งเห็นไกลมากกว่า เจดีย์มีทั้งหมด 7 ชั้นนะคะ ใครไหวก็ขึ้นไปกราบไหว้พระสารีริกธาตุด้านบนสุดสักครั้งค่ะ หลังจากนั้นเราก็เข้าไปในตัวเมือง แต่เห็นมีตลาดน้ำเล็กอยู่ริมน้ำ เราเลยแวะเดินเที่ยว ส่วนใหญ่ก็เป็นขนม อาหาร ผักที่ชาวบ้านเอามาขายค่ะ ใกล้มื้อเที่ยงพอดี ไม่รู้จะไปไหน เราเลยไปสำรวจโรบินสันที่กาญฯ สักหน่อย แล้วก็กินพิซซ่าที่นี่ไปเลยค่ะ พอบ่ายสองแล้วได้เวลาเช็คอินที่พัก เราเลยเข้าที่พักแล้วก็สลบเหมือดกัน วันแรกเลยไม่ได้ออกไปไหนเพิ่มเลยค่ะ ทานอาหารเย็นก็ร้านดังแถวๆที่พัก (ขออภัยค่ะ จำชื่อไม่ได้จริงๆ)

 

วันที่สอง ตอนเช้า เราเช็คเอ้าท์ออกแต่เช้าแล้วไปแวะสุสานทหารสัมพันธมิตร ตรงนั้นเขียวชอุ่มร่มรื่นด้วยต้นไม้มากเลยค่ะ แม้แดดจะร้อน แต่ลมเย็นที่พัดผ่านทำให้รู้สึกถึงความสงบมาก ต่อจากนั้นเราก็ไปทานอาหารเช้าที่สะพานข้ามน้ำแคว รวดเดินเล่น ถ่ายรูปกันจนพอใจ จุดสวยที่คนไม่ค่อยเดินไปคืออีกฝั่งหนึ่งค่ะ ตรงนั้นมีต้นฉำฉ่าต้นใหญ่มากให้ร่มเงา และฝั่งนั้นมีป้อมขนาดเล็กมากๆ ไว้ถ่ายรูปฮิปๆ ก็เก๋ไม่เบาเลยค่ะ หลังจากนั้นเราก็ขับรถยาวๆไปเขื่อนศรีนครินทร์ (น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นต้องเลี้ยวก่อนถึงเขื่อน แต่เราแวะเที่ยวก่อนแล้วค่อยวกกลับมาค่ะ) แดดร้อนมากก็จริง แต่ก็ไม่ทำให้ความยิ่งใหญ่ สวยงามของเขื่อนลดน้อยลงเลย นักท่องเที่ยวก็เข้ามาตลอด มีจุดให้ชมวิวในเขื่อนเพียบเลย ใครไปแถวนั้นก็แวะไปหน่อยจะดีมากเลยค่ะ เสร็จแล้วเราก็วกกลับมาแล้วขับตรงไปน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นเลย ช่วงท้ายๆ ปีนักท่องเที่ยวเยอะมาก ทำเลดีๆ แทบจะถูกจองจนเต็มเลยค่ะ แต่พื้นที่ให้กางเต็นท์เยอะมาก ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีที่แน่นอน ส่วนอาหารการกินที่นี่ก็มีร้านอาหารของอุทยานคอยบริการ และมีร้านขนม เครื่องดื่ม ของกินเล่นที่ชาวบ้านมาขายด้วย (แต่นักท่องเที่ยวบางกลุ่มก็พกเตาแก๊ส พกวัตถุดิบมาทำกินเอง หอมฟุ้งอยู่ตลอดเลยค่ะ) น้ำตกมี 7 ชั้น โดยชั้นที่กางเต็นท์คือชั้น 4 ไล่ลงมาเป็น 3 2 1 และไล่ขึ้นไปเป็น 5 6 7 เดินขึ้นไปไกลพอสมควรเลยค่ะ น้ำจะมีสีฟ้าอมเขียวสวยงามมาก บางที่ตื้นเป็นแอ่งให้เด็กๆ เล่นได้ บางชั้นก็ลึกพอประมาณ แต่รับรองว่าที่นี่สวยจนทำให้คุณหลงรักแน่นอน

เช้าวันที่สาม ออกเดินทางเช้าเหมือนเดิมเพื่อขับรถยนต์ไปสังขละบุรี ระหว่างเราแวะน้ำตกไทรโยคน้อย มีเด็กๆ มาเล่นน้ำกันเยอะอยู่ค่ะ ส่วนญาติก็ปูเสื่อนั่งเฝ้ากันแถวนั้น เหมาะกับการเที่ยวของครอบครัวที่มีเด็กเล็กจริงๆค่ะ เรายิงยาวตรงไปสังขละบุรีเลย ทางค่อนข้างคดเคี้ยวและขึ้นเขาสูง ใครที่ขับรถไม่แข็งไม่ควรขับเอง โดยเฉพาะขณะที่เขากำลังสร้างทางแล้วเป็นดิน เป็นหิน อันตรายสุดๆเลยค่ะ เราไปถึงสังขละ แวะทานอาหารในแพริมน้ำกันก่อนเข้าที่พัก และซื้อทัวร์เรือกลางน้ำของร้านอาหารนั้นด้วยเลย ราคาเหมาลำ 5 คน 500 บาท พาไปวัดแรกเหลือแต่กำแพงของอุโบสถที่โผล่น้ำมาแค่เกือบหนึ่งเมตร วัดที่สองอยู่บนเกาะกลางน้ำ มีพระประธานตั้งอยู่กลางอุโบสถ แต่ไม่มีหลังคาแล้วนะคะ เขาเอาผ้าเต็นท์ผืนใหญ่มากลางบังแดด บังฝนกันไปค่ะ ที่สุดท้ายเป็นวัดที่อยู่กลางน้ำเหมือนเดิม แต่โผล่มาเยอะหน่อย กรอบด้านบนของประตูเข้าอุโบสถ อุโบสถตั้งแต่ฐานก็โผล่พ้นน้ำ และหอระฆังสูง ตอนเย็นๆ เราก็มาเดินเล่นที่สะพานมอญ มีไกด์ตัวน้อยมาหาลูกค้าคอยเล่าประวัติของสะพานมอญกันเพียบเลยค่ะ รวมถึงมีเด็กๆ ที่บริการทาแป้งทานาคาให้ด้วย ตอนดึกๆ ได้ลองกินหมูจิ้มจุ่ม ไม้ละบาท ของมอญค่ะ เหมือนเครื่องในหมูเอามาต้มน้ำพะโล้ อร่อยดีค่ะ

ฝั่งมอญในตอนเช้ามีการตักบาตรพระสงฆ์ที่มาเดินบินฑบาต คนมายืนรอสองฝั่งถนนกันเต็มเลยค่ะ บางคนก็เช่าชุดชาวมอญมาใส่ด้วย ตักบาตรเสร็จก็เดินเล่นที่สะพานมอญยามเช้า อากาศเย็นสบายกำลังดีเลย แต่หมอกลงจัดเลยสิคะ ตอนขับรถมาตอนเช้าก็มองแทบไม่เห็นทางเลย รอจนสายมาหน่อยถึงค่อยเห็นวิวบ้าง สายๆหน่อยเราก็ขับรถกลับอำเภอเมือง แต่เราแวะไปปราสาทเมืองสิงห์ ตัวปราสาทเป็นอิฐหินสีดำ แต่พื้นที่รอบๆ เป็นหญ้าสีเขียวสด ตัดกันอย่างสวยงามเลยค่ะ

ไม่ว่าจะท่องเที่ยวที่ไหน ในประเทศหรือต่างประเทศ ควรจัดการเวลาให้ดี เสียดายที่การไปกาญฯ คราวนี้เวลาไม่เพียงพอต่อความต้องการของเพื่อนทุกคน เลยเที่ยวได้ไม่ครบเท่าไหร่ค่ะ แต่คนที่ไปเที่ยวด้วยกันสำคัญกว่าสถานที่ที่ไป เพราะฉะนั้น ทริปเที่ยวกาญฯ ครั้งนี้เลยเป็นความทรงจำดีๆ ที่จะไม่ลืมแน่นอนค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published.