เที่ยว 3 เมืองสำคัญต้องห้ามพลาดในอินเดีย

เดลลี อัครา ชัยปุระ เส้นทางสามเหลี่ยมทองคำของการท่องเที่ยวอินเดียเมืองแรก ๆ สำหรับนักเดินทางหน้าใหม่ 3 เมืองนี้จะเปิดหัวใจคุณให้ตกหลุมรักอินเดียอย่างง่ายดาย

เที่ยวถิ่นราชสถาน “ชัยปุระ” เมืองแห่งมหาราชา

ราชสถานเป็นรัฐอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของอินเดีย ติดกับชายแดนประเทศปากีสถาน มีเมืองหลางคือจัยปูร์ (Jaipur) หรือเมืองชัยปุระที่คนไทยรู้จัก อยู่ห่างจากกรุงเดลลีราว ๆ 273 กม. ราชสถานเป็นดินแดนที่เคยรุ่งเรืองในอดีต เต็มไปด้วยป้อม ราชวัง สิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์โอ่อ่าตระการตา ที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่และอำนาจของเหล่าพระราชาแคว้นน้อยใหญ่ จนได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งมหาราชา

พื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย ห่างจากเดลลีราว 277 กิโลเมตร ติดกันกับชายแดนของประเทศปากีสถาน เป็นที่ตั้งของรัฐ Rajasthan ที่มีเมืองหลวงคือ จัยปูร์ (Jaipur) หรือ เมือง ชัยปุระที่คนไทยรู้จัก ดินแดนที่เคยรุ่งเรืองจนได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งมหาราชานี้เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์ที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่และสะท้อนอำนาจของมหาราชา บาวานี ซิงข์ แห่งชัยปุระ ราชาองค์สุดท้ายแห่งชัยปุระ เริ่มต้นเส้นทางกันจากเมืองเดลลีเดินทางสู่เมืองจัยปูร์

The Capital City of India

Delhi

เมืองหลวงของประเทศอินเดียที่ต้อนรับเหล่าผู้มาเยือนด้วยเสียงแตรที่เป็นเอกลักษณ์ และความคึกคักของผู้คนที่สร้างความตื่นเต้นให้นักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี “เดลี” หรือที่คนท้องถิ่นเรียกกันว่า “ดิลลี” มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานถึงหลายพันปี ปัจจุบันแบ่งออกเป็นส่วนของ Old Delhi ซึ่งเป็นย่านชุมชนที่อยู่อาศัยมาแต่เดิม และ New Delhi เมืองที่ขยายสร้างใหม่เมื่อร้อยปีที่แล้ว เป็นที่ตั้งของสถานที่ราชการ รัฐสภา ศูนย์กลางการปกครองต่าง และสถานทูต แลนด์มาร์คหลัก ๆ ที่ต้องไม่พลาดไปเยี่ยมชมเลยต้องยกให้ ประตูเมืองอินเดีย หรือ India Gate ที่หน้าตาคล้ายกับ Arc de Triomphe ของ ฝรั่งเศส สร้างเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ทหารที่พลีชีพในสงครามครั้งสำคัญต่าง ๆ อีกที่ที่ควรไปคือ ป้อมแดง หรือ Red Fort คนอินเดียจะเรียกที่นี่ว่า ลาล ขีลา ป้อมปราการอันเกรียงไกรนี้ จักรพรรดิชาห์ จาฮาน แห่งราชวงศ์โมกุล ทรงให้สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นหัวใจของนครซาห์ชาฮานาบัด เมื่อปี 1639 ชื่อป้อมแดงมาจากเนินทรายสีแดงที่ใช้ก่อสร้าง หรือที่เรียกว่า Lal Gila ป้อมแดงคือตัวอย่างสถาปัตยกรรมแบบโมกุลที่รวมฐานที่มั่นในการรบ ศูนย์ราชการ และที่พำนักของผู้ปกครองไว้ด้วยกัน โดยมีคูน้ำและแนวกำแพงศิลาขนาดใหญ่มหึมาคอยป้องกัน เป็นสัญลักษณ์อันสวยงามอีกหนึ่งแห่งของเมือง และยังเป็นพระราชวังของชาห์ จาฮาน ซึ่งทรงสร้างทัชมาฮาลเช่นกัน ภายในมีราชบัลลังก์หินอ่อนที่เคยเป็นที่ประทับเวลาเสด็จออกว่าราชการปรึกษางานกับเหล่าขุนนาง ไฮไลท์อยู่ที่ผนังห้องที่ถูกฝังไปด้วยหินสีต่าง ๆ สวยงามสมจริงและยังไม่ลบเลือน อีกที่คือราชบัลลังก์นกยูง หรือ Peacock Throne เป็นทองคำแท้ ฝังด้วยเพชร และยังมีอักษรที่จารึกไว้ว่า If there is a paradise on earth it is this, it is this, it is this” เป็นคำจารึกที่เป็นประโยคคลาสสิกตรึงใจใครหลายคน

Agra

อัครา (Agra) เป็นอีกหนึ่งเมืองที่ต้องห้ามพลาด อยู่ห่างจากเดลีประมาณ 200 กิโลเมตร ต้องใช้เวลาขับรถประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง สามารถเดินทางมาเที่ยวได้แบบ One Day Trip ที่นี่เคยเป็นเมืองหลวงของอินเดียในช่วงศตวรรษที่ 16 ตั้งอยู่ริมแม่น้ำพรหมบุตร  หรือที่เรียกกันว่า น้ำยมุนา เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของอินเดีย เป็นที่ตั้งของทัชมาฮาล (Taj Mahal) อันโด่งดังสิ่งมหัศจรรย์แห่งความรักที่ถูกกล่าวขานว่าสวยงามที่สุดในโลก การเดินทางไปชมทัชมาฮาล (Taj Mahal) ต้องมีการเตรียมตัวเล็กน้อย เริ่มต้นจากการออกเดินทางแต่เช้าตรู่ประมาณตีห้าเพื่อลดเวลาในการต่อคิวที่อาจนานได้ถึง 1 ชั่วโมง ทัชมาฮาลคืออนุสรณ์แห่งความรักที่พระเจ้าชาห์ จาฮาน ได้สั่งสร้างอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดเพื่อเป็นสุสานของพระมเหสีผู้เป็นที่รัก หลังจากยื่นพาสปอร์ตเพื่อซื้อตั๋วเข้าชมแล้ว จะได้รับถุงสำหรับครอบรองเท้าและน้ำดื่มหนึ่งขวด ทุกคนจะมีเวลาเดินชื่นชมความสวยงามด้านใน 2 ชั่วโมง เมื่อเดินพ้นประตูทางเข้าที่ค่อนข้างมืดก็จะพบกับความยิ่งใหญ่แบบไม่สามารถหาคำมาเปรียบเปรยได้ของทัชมาฮาลตั้งตระหง่านอยู่ สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่จากหินอ่อนที่วิจิตรงดงามนี้จะเปลี่ยนสีไปตามแสงอาทิตย์ เริ่มจากแสงแรกที่ตกกระทบจะทำให้มองเห็นทัชมาฮาลที่เป็นสีอมส้มอ่อน ๆ กลายมาเป็นอมชมพู และค่อย ๆ กลายเป็นสีขาวเมื่อแสงอาทิตย์สาดมาอย่างเต็มตา ดูสงบ วิจิตรงดงามตราตรึงอยู่ในความทรงจำไปแสนนาน นอกจานี้แนะนำให้แวะไปชม ป้อมอัครา (Agra Fort) คู่กันด้วย ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1983 ด้วยความสวยงามมีเอกลักษณ์ ผสมเข้ากับความยิ่งใหญ่ของสิ่งก่อสร้างที่เป็นศิลปะแบบเฉพาะของราชวงศ์โมกุล และยังแสดงถึงความมุมานะที่จะรวมธรรมเนียมประเพณีของสองศาสนาคือ อิสลาม และฮินดูเข้าด้วยกันผ่านรายละเอียดของสถาปัตยกรรมต่าง ๆ เป็นหนึ่งจุดชมวิวที่จะสามารถถ่ายภาพทัชมาฮาลทั้งหลังได้อย่างสวยงาม

Tip : อีกหนึ่งจุดที่สามารถชมวิวทัชมาฮาลได้อย่างเต็มตาและสวยงามคือบริเวณสวนเมห์ตานบาคห์ (Mehtab Bagh)  อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำยมุนา ที่ต้องขับรถอ้อมจากทัชมาฮาลไปอีกประมาณ 30 นาที แต่คุ้มค่ากับนักเก็บภาพแน่นอน เพราะตั้งอยู่ในทิศที่ตรงข้ามกับทัชมาฮาล ช่วงพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตกจะทำให้ได้ภาพทัชมาฮาลที่สวยงามมาก ค่าเข้า คนไทย 15 รูปี

ค่าเข้าชมทัชมาฮาลหากโชว์พาสพอร์ตไทยจะเหลือเพียง 530 รูปี จาก 750 รูปี แถมตั๋วแบบ Combined Entrance Ticket ที่สามารถลดราคาที่อื่นได้อีกทั้ง Agra Fort , Tomb of Itmad-ud-Daulahและ Akbar’s Tomb

Jaipur

ชัยปุระ นครสีชมพู เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของรัฐราชสถานเป็นเมืองหลักที่นักท่องเที่ยวต้องเดินทางมาเยี่ยมเยียนเป็นอันดับแรก ชัยปุระกลายเป็นนครสีชมพูเนื่องจากในปี 1876 มหาราช ซาราม ซิงห์ (Maharaja Ram Singh) ได้มีรับสั่งให้ประชาชนทาสีชมพูทับบนสีปูนเก่าของบ้านเรือนตนเอง เพื่อต้อนรับการมาเยือนของเจ้าชายแห่งเวลส์ (Prince of Wales) มกุฎราชกุมารของอังกฤษในขณะนั้น จนเป็นเอกลักษณ์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั้งโลก ชัยปุระเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมงดงามมากมาย ที่ต้องห้ามพลาดเลยคือ ฮาวามาฮาล (Hawa Mahal) หรือที่ถูกเรียกติดปากกันว่า พระราชวังแห่งสายลม (Palace of the Winds) ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้สร้างจากหินทรายสีแดงและสีชมพูสูงถึง 5 ชั้น มีหน้าต่างฉลุช่องลมสีชมพูอมส้มถึง 953 ช่องจนดูเหมือนรังผึ้ง หน้าต่างฉลุลวดลายนี้มีไว้เพื่อให้นางในวังมองทะลุมาเห็นชีวิตนอกวังได้ จุดถ่ายรูปแนะนำคือร้านจิวเวลรี่ตรงข้ามวัง จะได้มุมสวยพอดี อีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญคือหอดูดาวจันตาร์มันตาร์ (Jantar Mantar) ซึ่งถูกประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2010 คิดค้นและสร้างโดยมหาราชาสะหวายจัย ซิงห์ที่ 2 เพื่อใช้ดูความเคลื่อนไหวของพระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาว และยังเป็นเครื่องมือสำคัญในสมัยโบราณ เพราะต้องใช้คำนวณฤกษ์เวลาในการออกรบ

Do You Know : เที่ยวเส้นทาง Gloden Triangle India แนะนำ KTC Guide Zine ฉบับ Rajasthan, Delhi & Agra มหัศจรรย์อินเดีย หาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปหรือที่ KTC Touch ทุกสาขา หรือสอบถามที่ KTC World Travel Service โทร.02 123 5050

Tip : อาหารจานเด็ดของอินเดียคือ Masala จริงๆ คำว่า Masala ลักษณะคล้าย puff ที่เต็มไปด้วยเครื่องเทศแบบอินเดียแท้ ๆ ขายอยู่ทั่วไป แนะนำให้ลองชิม

When to go : ช่วงเวลาที่น่าไปเที่ยวอินเดียจะเริ่มตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป เพราะอุณหภูมิจะเริ่มลดลง อากาศดีไม่ร้อนมาก และเป็นช่วงที่คนยังไปเที่ยวไม่มาก จึงไม่ต้องเบียดหรือต่อคิวนาน ๆ

ปรึกษาข้อมูลการเดินทาง จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รถเช่า ที่ KTC World Travel Service โทร. 02 123 5050

Leave a Reply

Your email address will not be published.