Deep in History in Romania

จากแม่น้ำดานูบ (Danube River) สายสำคัญแห่งยุโรปลงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จรดชายฝั่งทะเลดำคือที่ตั้งของโรมาเนีย ประเทศต้นกำเนิดแห่งตำนานแดร็กคิวล่าอันเลื่องชื่อ มีความโดดเด่นงดงามด้วยเทือกเขาทรานซิลวาเนียและเทือกเขาคาร์เปเธียน ทั้งยังเต็มเปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์และสิ่งก่อสร้างเก่าแก่มากมายรอคอยให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาสำรวจ

การเดินทางชมความงามของโรมาเนียสามารถทำได้ง่าย ๆ โดยเริ่มต้นที่เมืองบราซอฟ (Brasov) เมืองที่มีความสวยงามจนได้รับการขนานนามว่าเป็น “สวิสน้อยแห่งยุโรปตะวันออก” ภายในตัวเมืองอบอุ่นไปด้วยอ้อมกอดแห่งภูเขาแทมป้า (Mount Tampa) และเนินเขาวาร์เธ (Warthe Hill) ตรงใจกลางเมืองเป็นที่ตั้งของจัตุรัสที่ว่าการซึ่งถูกแวดล้อมไปด้วยตึกต่าง ๆ อีกมากมายที่มีสถาปัตยกรรมการสร้างทั้งแบบโรมาเนสก์ ไบเซนไทน์ ร็อกโคโค่ เรอเนสซองส์ และบาโรก บ่งบอกให้รู้ว่าเมืองแห่งนี้มีอายุเก่าแก่ผ่านมาหลายช่วงสมัย ไม่ไกลจากจัตุรัสที่ว่าการก็จะเป็นที่ตั้งของโบสถ์ดำ (Black Church) สไตล์โกธิคโบราณที่มีที่มาของชื่อการจากเหตุการณ์ไฟไหม้ในปี 1689 ทำให้ฝาผนังของโบสถ์มีรอยดำอยู่ทั่วไป รอบ ๆ ตัวโบสถ์มีการประดับตกแต่งด้วยรูปปั้นพระแม่มารีและนักบุญสำคัญต่าง ๆ มากมาย ส่วนภายในตัวโบสถ์ก็อลังการด้วยพรมตุรกีลวดลายสวยงามกว่า 119 ผืน และไปป์ออร์แกนขนาดใหญ่อีกกว่า 4,000 ชิ้น นอกจากนี้ยังมีหอระฆังที่ใหญ่ที่สุดในโรมาเนียในภายในโบสถ์นี้อีกด้วย

ไฮไลท์สำคัญของเมืองนี้คือถนนสฟอริ (Sforii Strada) หรือถนนเชือก (Rope Street) ซึ่งถนนนี้มีความกว้างเพียง 111 – 135 เซนติเมตร ได้ชื่อว่าเป็นถนนที่แคบที่สุดในโรมาเนีย ในอดีตเคยถูกใช้เป็นถนนสำหรับนักดับเพลิงในกรณีที่เกิดเหตุไฟไหม้ อีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาดก่อนออกจากเมืองนี้คือปราสาทเปเลส (Peles Castle) ตั้งอยู่ในหุบเขาบูเซกิ เป็นปราสาทที่สวยงามโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรปตะวันออก มีศิลปะการก่อสร้างแบบผสมผสานหลากหลาย ภายในตัวปราสาทมีจำนวนห้องมากถึง 168 ห้อง ซึ่ง 35 ห้องในนั้นได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชม มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ 20 LEIจากเมืองบราซอฟหากเดินทางมาต่อที่เมืองบราน (Bran) ก็จะได้พบกับปราสาทบรานที่ได้ชื่อว่าเป็นปราสาทแดร็กคิวล่าเนื่องจากในศตวรรษที่ 14 ผู้ครองปราสาทแห่งนี้คือเจ้าชายแห่งโรมาเนียชื่อว่า Vlad Tepes เป็นผู้ที่มีนิสัยใจคอโหดเหี้ยม ชอบทรมานนักโทษด้วยวิธีการที่พิสดารจนทำให้ชาวบ้านแถบนี้เรียกประองค์ว่า แดร็กคิวล่า (Dracula) ซึ่งแปลว่าปีศาจ ต่อมา Bram Stoker นักเขียนชาวไอริชได้ฟังเรื่องนี้จึงเกิดแรงบันดาลใจนำมาแต่งเป็นนิยายท่านเคราท์แดร็กคิวล่าที่เป็นที่รู้จักกันในปัจจุบัน ลักษณะทางเดินภายในปราสาทจะเป็นบันไดวนไปยังชั้นต่าง ๆ แต่ละห้องของปราสาทจะมีเรื่องราวประจำห้องติดไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษา อีกทั้งยังมีห้องเครื่องทรมานจากสมัยยุคกลางให้ได้เข้าชมแต่อาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม นอกจากนี้รอบ ๆ ปราสาทยังมีบ้านผีสิงและร้านขายของที่ระลึกอีกมากมายให้ได้เลือกซื้อเลือกชม

เมืองแรสนอฟ (Rasnov) ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมืองบราซอฟและบรานก็มีความน่าใจไม่แพ้เมืองใด ๆ ในโรมาเนียเช่นกัน เมืองแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องป้อมปราการซึ่งเป็นหนึ่งในระบบป้องกันภัยของชาวทรานซิลวาเนียในอดีต ตัวป้อมถูกสร้างด้วยหินละอิฐ ภายในยังคงหลงเหลือซากอาวุธโบราณให้เห็นเป็นบางส่วน กิจกรรมที่สามารถทำได้ในปราการแห่งนี้คือการชมวิวรอบ ๆ ตัวปราการซึ่งสามารถมองเห็นเมืองแรสนอฟได้ทั้งเมืองเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ตามจุดต่าง ๆ ของปราการยังมีร้านขายของที่ระลึกและมีบริการให้ใส่ชุดในสมัยยุคกลางถ่ายภาพอีกด้วย

Tip: เนื่องจากป้อมปราการแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง การเดินทางขึ้นไปจึงสามารถทำได้ทั้งการเดินเท้าหรือใช้บริการของ Transylvania Train ก็ได้ ซึ่งรถไฟนี้จะบริการทั้งส่งและรับกลับในราคาไม่แพง

อีกหนึ่งเมืองที่หากไม่ได้สำรวจถือว่ายังมาไม่ถึงโรมาเนียคือเมืองบูคาเรสต์ เมืองหลวงประจำประเทศโรมาเนียที่มีตัวเมืองตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำแดมโบวิตา (Dambovita) ถูกรายล้อมด้วยธรรมชาติต่าง ๆ งดงามสบายตา มีความโดดเด่นด้วยอาคารรัฐสภา (Palace of Parliament) ซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากตึกเพนตากอนของสหรัฐอเมริกา มีสถาปัตยกรรมการก่อสร้างแบบนีโอคลาสสิก ภายในอาคารถูกตกแต่งหรูหราอลังการ ใกล้ ๆ กันนั้นยังมีย่านเมืองเก่าที่เป็นหัวใจสำคัญทางประวัติศาสตร์ของโรมาเนียให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชม ย่านนี้ประกอบไปด้วยอาคารต่าง ๆ มากมายจากสมัยยุคกลางทั้งโบสถ์ คลับ และร้านอาหารอื่น ๆ บูคาเรสต์ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติโรมาเนีย (National History Museum) ที่จัดแสดงสมบัติล้ำค่าของกษัตริย์โรมาเนียสมัยก่อนอีกด้วย

Tip: ไม่ควรพลาดแวะถ่ายรูปคู่กับชุดรูปปั้น “Caragealiana” ที่ตั้งอยู่หน้าโรงละคร Caragiale รูปปั้นชุดนี้นำเสนอตัวละครที่มีชื่อเสียงจากผลงานของ IonLuca Caragiale หนึ่งในนักเขียนบทละครที่มีชื่อเสียงที่สุดของโรมาเนีย

นอกจากการเที่ยวชมสถาปัตยกรรมตามเมืองต่าง ๆ แล้ว โรมาเนียยังมีอีกหนึ่งสถานที่ที่พร้อมจะมอบประสบการณ์ให้คุณประทับใจไม่รู้ลืมนั่นก็คือถนนทรานสฟาการาเซน (Transfagarasan) ซึ่งทอดตัวยาวตั้งแต่เมืองบาสคอฟไปจนถึงหุบเขา Olt ถนนสายนี้มีความยาวมากถึง 90 กิโลเมตร ตามเส้นทางเต็มไปสถานที่ท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นและเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ อย่างเช่น เขื่อนวิดรารู (Vidraru Dam) ทะเลสาบและน้ำตกบาเลีย (Balea Lake & Balea Falls)

Tip: โดยทั่วไปแล้วถนนเส้นนี้มักจะปิดในช่วงเดือนตุลาคม – มิถุนายนเนื่องจากมีหิมะปกคลุมถนน และในบางครั้งหิมะก็มักจะเริ่มตกในช่วงท้ายเดือนสิงหาคมด้วย ดังนั้นนักท่องเที่ยวควรเช็คสภาพอากาศก่อนออกเดินทางมาบนถนนเส้นนี้

How to go: สามารถเดินทางจากกรุงเทพ ฯ ไปลงที่สนามบินนานาชาติแห่งใดก็ได้ในโรมาเนียซึ่งมีให้เลือกทั้งเมืองซิบิว (Sibiu) บูคาเรสต์ (Bucharest) ยาช (Iași) และโคสตันต์ซา โคกัลนิเซนู (Constanța Kogălniceanu) สายการบินที่ให้บริการคือสายการบิน Qatar Airways, Turkish Airlines, Fly Dubai, Aeroflot, Lufthansa และ Austrian Airlines โดยทุกสายการบินจะมีการแวะพัก 1 จุดก่อนเดินทางต่อไปที่โรมาเนีย

ปรึกษาข้อมูลการเดินทาง จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รถเช่า ที่ KTC World Travel Service โทร. 02 123 5050

Leave a Reply

Your email address will not be published.