NAKHONPHANOM

NAKHONPHANOM

นครพนม... เมืองแห่งความสุขริมฝั่งโขง

นครพนม ดินแดนทางภาคอีสานริมฝั่งโขง ที่มีความหลากหลายของชาติพันธุ์ มีประเพณีที่ยิ่งใหญ่ เช่น ประเพณีไหลเรือไฟ มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติรวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอีกมากมาย เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีความสุขที่สุดในเมืองไทย เมืองที่มีดีจึงต้องบอกต่อ

เรื่องและภาพโดย คุณกมล ผาภูมิ สมาชิกบัตรเครดิต KTC – BANGKOK AIRWAYS VISA PLATINUM

มานครพนม หากไม่มาสักการะ พญาศรีสัตตนาคราช เหมือนมาไม่ถึงนครพนม

องค์พญาศรีสัตตนาคราช หล่อด้วยทองเหลือง น้ำหนักรวมกว่า 9,000 กิโลกรัม เป็นรูปพญานาค 7 เศียร ตั้งโดดเด่นพ่นน้ำอยู่ริมฝั่งโขง นับเป็นแลนด์มาร์คอันศักดิ์สิทธิ์แห่งใหม่ที่ใคร ๆ ก็ต้องมากราบไหว้ขอพรมายืนตรงนี้แล้วให้อารมณ์คล้าย ๆ ไปยืนอยู่ที่เมอร์ไลออนประเทศสิงคโปร์เลยครับ

ติด ๆ กับพญาศรีสัตนาคราช เป็นที่ตั้งของ วัดมหาธาตุซึ่งประดิษฐานพระธาตุนคร พระธาตุประจำวันเกิดผู้ที่เกิดวันเสาร์ สร้างขึ้นตามลักษณะแบบพระธาตุพนมองค์เดิม เชื่อกันว่าใครได้มานมัสการจะได้รับอานิสงส์มีความสุขสวัสดีมั่งคั่งร่ำารวยสุขภาพแข็งแรง เสริมบารมี

หลังจากอิ่มอกอิ่มใจกันแล้ว ขอลัดเลาะชมบ้านชมเมืองกันบ้าง มาสะดุดตาที่หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ หอนาฬิกาเก่าที่ชาวเวียดนามได้สร้างขึ้นเพ่อเป็นอนุสรณ์แก่ชาวนครพนม เมื่อคราวย้ายกลับบ้านเกิดที่ประเทศเวียดนาม หอนาฬิกาแห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนที่ขนานไปกับแม่น้ำโขง ทุก ๆ ค่ำวันศุกร์เสาร์และอาทิตย์ ถนนสายนี้จะกลายเป็นถนนคนเดินแหล่งรวมของกินของฝากของนครพนมครับ

อีกหนึ่งความคลาสสิกของตึกเก่าคงต้องยกให้หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติ ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 อาคารเก่าแก่สีเหลืองสวยงามที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมผสมระหว่างไทยและยุโรปแบบเรเนสซองส์เก่า ๆ แบบนี้หาดูกันได้ยากแล้วครับนอกจากวัดวาอารามเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองแล้ว ยังมีโบสถ์คริสต์ที่มีความเก่าแก่ไม่แพ้กันวัดนักบุญอันนา-หนองแสง เป็นโบสถ์คริสต์ที่ก่อสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.1926 ภายหลังถูกทำลายจากการถูกฝรั่งเศสทิ้งระเบิดถล่มเมืองนครพนมในสมัยกรณีพิพาทอินโดจีน จนโบสถ์เสียหายยับเยิน หลังจากนั้นได้มีการสร้างโบสถ์หลังใหม่ขึ้นเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาของชาวคริสต์สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน และในทุกปีจะมีประเพณีสำคัญคือการแห่ดาวเฉลิมฉลองคริสต์มาสและถือเป็นการฉลองการมาบังเกิดของพระเยซูกันที่โบสถ์คริสต์แห่งนี้ครับ

หากพอมีเวลาช่วงเย็น ๆ แนะนำให้ไปล่องเรือชมทัศนียภาพ สองฝั่งโขง ไทย – ลาว

โดยเรือจะออกจากท่าเรือบริเวณลานคนเมืองในเวลา 17.00 น. ใช้เวลาล่องประมาณ 1 ชั่วโมง เราจะได้เห็นวิถีชีวิตของชาวนครพนมและชาวคำม่วนประเทศลาว ระหว่างล่องเรือจะมีไกด์คอยบอกเล่าเร่องราวต่าง ๆ ของนครพนมให้ได้รู้จักกันมากขึ้น และในวันที่ฟ้าใสจะได้เห็นดวงอาทิตย์ทอแสงอ่อน ๆ สาดส่องลำน้ำโขงเป็นสีทองระยิบระยับจับตา พระธาตุพนมพระธาตุศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารวมถึงของมีค่ามากมายนับหมื่น ๆ ชิ้นเลยทีเดียวพระธาตุแห่งนี้เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนที่เกิดปีวอกและเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนที่เกิดวันอาทิตย์ เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยทั้งประเทศรวมถึงชาวลาวด้วย เชื่อกันว่าใครได้มานมัสการจะได้รับอานิสงส์มีผู้คนให้ความเคารพนับถือครับ และสิ่งพิเศษสุดในการมานมัสการองค์พระธาตุพนมในครั้งนี้คือการได้เข้าไปชมด้านในองค์พระธาตุพนมด้วยครับ เมื่อประตูไม้บานเล็ก ๆ เปิดเข้าไปยังด้านในทำให้ผมเหมือนตกอยู่ในภวังค์ ภาพเบื้องหน้าช่างงดงามยิ่งนัก งานศิลปะที่ประดับตกแต่งภายในองค์พระธาตุมีทั้งหมด 4 ชั้น แต่ละชั้นอัดแน่นด้วยงานจิตรกรรมและประติมากรรมที่งดงามเกินบรรยายจริง ๆ
มานครพนมแล้วอยากให้ลองข้าวเกรียบปากหม้อศรีเทพสูตรดั้งเดิมจากเวียดนาม นับเป็นอาหารอีกหนึ่งจานที่ขึ้นชื่อของนครพนม ความแตกต่างของแต่ละเมนูจะอยู่ที่ตัวแป้ง ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบแป้งธรรมดา แป้งที่ละเลงไข่ลงไปด้วยหรือถ้าใครที่ชอบความกรุบกรอบขอแนะนำ “ข้าวเกรียบปากหม้อ” ที่จะนำข้าวเกรียบลักษณะคล้ายข้าวเกรียบว่าวมาห่อกับแป้งนุ่ม ๆ อีกทีเวลากัดจะให้ความรู้สึกรอบนอกนุ่มใน เพิ่มอรรถรส
378237-PBN304-819

ไม่แปลกใจเลยที่เมืองริมฝั่งโขงแห่งนีูถ่กยกให้เป็น
เมืองที่มีความสุขที่สุดในเมืองไทย แต่!!…
อย่าเพิ่งเชื่อ ถ้าหากว่าคุณยังไม่ได้มาพิสูจน์
ด้วยตัวเอง ลองหาช่วงเวลาว่าง ๆ มาตักตวง
ความสุขที่เมืองแห่งนี้ดูซิครับ เมืองที่เวลาเดินช้า ๆ
เมืองที่มาแล้วต้องตกหลุมรัก
เมืองที่ไม่ควรพลาด…นครพินม

Leave a Reply

Your email address will not be published.