LET CUBA TAKE YOUR BREATH AWAY

เสน่ห์คิวบา คุ้มค่าทุกลมหายใจ

คิวบา ไม่ได้มีสถาปัตยกรรมยิ่งใหญ่อลังการ และไม่ได้มีธรรมชาติที่โดดเด่นขนาดนั้น แต่สิ่งที่คิวบามีไม่เหมือนใคร คือ จังหวะชีวิตของผู้คน สีสันของบ้านเมือง และจิตวิญญาณของเช เกวารา นักปฏิวัติผู้เด็ดเดี่ยว ซึ่งยังเจือจางอยู่ทั่วไปในลมหายใจของผู้คนในประเทศนี้
เรื่องและภาพโดย คุณปุญญภาพ ดินวูน สมาชิกบัตรเครดิต KTC VISA SIGNATURE
สำหรับคิวบา กลับไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าใดนัก ที่อยู่ ๆจะหยิบยกภาพของสถานที่บางแห่งขึ้นมา เพื่อจะโน้มน้าวให้ใครสักคนเดินทางไปเยือนประเทศนี้ด้วยกัน ไหนจะมีข่าวลือที่ในอดีตมักถูกนำเสนอมาในแง่ไม่ค่อยดี และยังส่งผลให้บางคนเข้าใจคิวบาคลาดเคลื่อนจากความจริงไปอยู่บ้างเวลาที่เราจะชวนคนไปเที่ยวที่ใดที่หนึ่ง เราอาจส่งรูปของงานสถาปัตยกรรมอลังการหรือธรรมชาติงดงามให้เขาดู เช่น อาจจะโชว์รูปของปราสาทนอยชวานชไตน์ที่อยู่ท่ามกลางทะเลสาบและหุบเขาที่เต็มไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสี อาจจะเปิดรูปของกลุ่มอาคารสีขาวแซมโดมฟ้าที่ตั้งอยู่ริมผา เคียงมหาสมุทรสีน้ำเงินของซานโตรีนี อาจจะให้ดูภาพของทัชมาฮาลอนุสรณ์สถานแห่งความรักสีขาว ที่มีเงาสะท้อนอยู่บนสระยาวด้านหน้า หรือจะเป็นภาพของทะเลเกลือสีฟ้าสะท้อนเมฆา ราวกับกระจกใสขนาดใหญ่ส่องนภาที่โบลิเวีย เมื่อเราเห็นภาพของสถานที่เหล่านี้ ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะเกิดความอยากออกเดินทางไปเยือนประเทศนั้น ๆ
เราอยากให้คุณลองเปิดใจ วางอคติที่เคยได้ยินมา แล้วมาดูกันว่า คิวบาเกาะหน้าตาเหมือนจระเข้ กลางทะเลแคริบเบียนแห่งนี้ คุ้มค่าแก่การเดินทางข้ามซีกโลกมาเยือนหรือไม่
[ หยุดเวลาที่ฮาวานา ] ทันทีที่ย่างเข้าสู่กรุงฮาวานา คุณจะรู้สึกราวกับว่าเวลาที่นี่หยุดหมุนตั้งแต่ทศวรรษที่ 60
รถคลาสสิกหลากสีสันรุ่นราวคราวเดียวกับแนท คิง โคล วิ่งกันขวักไขว่อยู่เต็มถนน บ้างก็จอดอยู่หน้าอาคารแบบยุโรปยุคโคโลเนียลที่เรียงรายไปทั่วเมือง ชวนให้ผู้มาเยือนหวนระลึกถึงอดีตได้อย่างง่ายดาย ผู้มาเยือนสามารถนั่งรถคลาสสิกเหล่านี้ เดินทางไปยังจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั่วกรุงฮาวานา ในราคาที่ต่อรองได้สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวที่ฮาวานานี้ แบ่งได้เป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ ได้แก่ ย่านฮาวานาเก่า ย่านศูนย์กลางเมือง และย่านเบดาโด หรือ เมืองใหม่ เราอาจเริ่มต้นการสำรวจเมืองหลวงของคิวบาจากย่านฮาวานาเก่า โซนที่มีอาคารโบราณตั้งอยู่มากถึง 3,000 แห่ง มีจัตุรัสสรรพาวุธ (Plaza de Armas) ซึ่งเป็นจัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง ใจกลางมีอนุสาวรีย์ของคาลอส มานูเอลเดอ เซสเปเดส (Carlos Manuel de Cespedes) ผู้พาคิวบาสู่เส้นทางแห่งอิสรภาพ สิ่งที่น่าสนใจในบริเวณนี้คือ ร้านหนังสือมือสองที่ชาวบ้านมาตั้งแผงขาย หนังสือหลายเล่มเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวีรบุรุษของชาวคิวบา

เดินมาอีกไม่ไกลคือจัตุรัสวิหาร (The Cathedral Square) ซึ่งมีวิหารแห่งฮาวานาที่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และจากจุดนี้ เดินไปตามถนนเมอร์คาเดเรส ก็จะพบกับถนนคนเดินชื่อดังของเมือง คือ ถนนโอบิสโป (Calle Obispo) บนถนนแห่งนี้ นอกจากร้านอาหารน่าเข้า และร้านขายของน่าซื้อแล้ว ยังมีโรงแรมอัมโบส มุนโดส โรงแรมเก่าแก่ที่เออร์เนส เฮมิงเวย์นักเขียนรางวัลโนเบลเคยพักอาศัยอยู่ในช่วงทศวรรษที่ 30 ก่อนจะตัดสินใจซื้อบ้านที่ชานกรุงฮาวานาในเวลาต่อมา

และสำหรับคนที่ชื่นชอบเช หรือเป็นผู้ที่สนใจในประวัติศาสตร์ของบ้านเมืองที่ไปเยือนห้ามพลาดพิพิธภัณฑ์แห่งการปฏิวัติ ด้วยประการทั้งปวง ภายในจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการปฏิวัติในช่วงปี 50 จนถึงช่วงเวลาหลังจากปี 1959 และยังมีเรื่องของการปลดแอกจากสเปนด้วย นอกจากนี้ ยังสามารถชมข้าวของเครื่องใช้ของคณะปฏิวัติที่มีจัดแสดงอยู่หลายอย่าง ส่วนบริเวณด้านหลังของพิพิธภัณฑ์ มีเรือยอร์ชชื่อ “กรันมา” (Granma) เรือที่เช ฟิเดล ราอูล รวมทั้งคณะปฏิวัติใช้เดินทางจากเม็กซิโกเข้ามายังคิวบาเพื่อทำการปฏิวัติด้วย โซนต่อมาที่น่าไปเยี่ยมเยือน คือ ย่านศูนย์กลางเมืองฮาวานา มีสถานที่สำคัญอย่างศาลากลางฮาวานา ที่ออกแบบในสไตล์นีโอคลาสสิกผสมอาร์ตเดโค ซึ่งใช้แบบอย่างจากอาคารรัฐสภาที่วอชิงตัน ดีซี ของสหรัฐอเมริกา สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1926 และเคยเป็นอาคารที่สูงที่สุดของฮาวานามาจนกระทั่งถึงช่วงทศวรรษที่ 50

ใกล้ ๆ กับศาลากลาง จะมีโรงงานน่าแวะไปชมคือ โรงงานซิการ์ยี่ห้อปาร์ตากาส ซึ่งตั้งอยู่ในตึกแบบนีโอคลาสสิก สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1845โดยนักธุรกิจชาวคาตาลัน ชื่อ ไฆเม ปาร์ตากาส ราเวโล (Jaime Partagas Ravelo) ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตอย่างลึกลับในเวลาต่อมา จนกระทั่งในช่วงปฏิวัติ โรงงานนี้ถูกยึดไปเป็นของรัฐบาลจวบจนปัจจุบัน โดยเราสามารถเข้าไปดูภายในโรงงาน ซึ่งยังคงมีพนักงานจำนวนมากนั่งม้วนซิการ์อยู่ และสามารถหาซื้อซิการ์เป็นของฝากได้ที่ร้านขายซิการ์ที่อยู่ในโรงงานด้วย

นอกจากซิการ์จะเป็นของขึ้นชื่อของคิวบาแล้วคิวบายังมีเหล้ารัมที่โดดเด่น ดังไปทั่วโลก มีแบรนด์ดังอย่าง ฮาวานาคลับ และบาคาร์ดีซึ่งที่ฮาวานานี้เอง ก็มีพิพิธภัณฑ์เหล้ารัมของฮาวานาคลับ (Museo del Ron) ที่จัดแสดงเรื่องราวของกระบวนการผลิตเหล้ารัม และยังสามารถชิมรัมแบบต่าง ๆ ได้ที่นี่เช่นกัน

รัมสำคัญกับชาวคิวบามาก เพราะมักจะถูกนำไปใช้ในการเฉลิมฉลองต่าง ๆ อยู่เป็นประจำ สำหรับคนที่อยากลองของดีคิวบา รัม คืออีกหนึ่งสิ่งที่ควรค่าแก่การลิ้มลอง

และขอแนะนำให้ลอง 2 ค็อกเทลชื่อดัง ที่มีจุดกำเนิดในคิวบา ได้แก่ โมฮิโต เครื่องดื่มที่ทำจากรัมขาวอมรสเปรี้ยวจากผิวมะนาว เจือกลิ่นหอมสดชื่นของใบสะระแหน่ สำหรับคนที่ไม่ชอบกลิ่นสะระแหน่ แนะนำให้ลองไดกิรีที่มีความคล้ายน้ำผลไม้ผสมรัม ลองชิมไดกิรีในร้านโปรดของเฮมิงเวย์ชื่อ “El Floridita” อย่าลืมถ่ายรูปกับประติมากรรมทองเหลืองของเฮมิงเวย์ขนาดเท่าจริง ที่ยืนพิงเคาน์เตอร์บาร์ในร้านเป็นที่ระลึก

กระเถิบจากย่านกลางเมืองมาทางทิศตะวันตกทางโซนเมืองใหม่ จุดที่ควรค่าแก่การแวะชมคือจัตุรัสแห่งการปฏิวัติ บริเวณนี้มีอนุสาวรีย์ของโฮเซ่ มาร์ติ อีกหนึ่งวีรบุรษของคิวบา ผู้ซึ่งเคลื่อนไหวเพื่อปลดแอกคิวบาจากสเปนโดยโฮเซ่เขียนหนังสือไว้มากมายและต่อมาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นหลัง รวมทั้งฟีเดล คาสโตร และเชด้วย รอบๆ จัตุรัสมีอาคารของกระทรวงมหาดไทยที่ประดับด้วยโครงเหล็กดัดเป็นรูปของ เช รวมทั้ง มีอาคารของกระทรวงเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร ที่ประดับด้วยโครงเหล็กดัดเป็นภาพของกามีโล เซียนฟวยโกส หนึ่งในแกนนำสำคัญของคณะปฏิวัติ หลังจากนั้น อย่าลืมแวะถ่ายรูปกับด้านหน้าของมหาวิทยาลัยฮาวานา มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในคิวบา และเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปอเมริกา ก่อตั้งในปี ค.ศ.1728 มีอายุเกือบ 300 ปี ปัจจุบันเปิดสอน 15 คณะ มีศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงได้แก่ ฟีเดล คาสโตร ซึ่งจบการศึกษาทางด้านกฎหมายจากที่นี่ เมื่อเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ากับกรุงฮาวานามาทั้งวัน ถึงเวลาไปนั่งมองพระอาทิตย์ตก
ฟังเสียงคลื่นซัดสาดเคล้าเสียงดนตรีจากกีตาร์พร้อมเครื่องเคาะจังหวะจากนักดนตรีที่มักจัดกลุ่มบรรเลงเพลงอยู่บริเวณมาเลคอน (The Malecon) ถนนเลียบชายฝั่งสายยาวก่อด้วยซีเมนต์สูงเกือบ 2 เมตร

ปิดท้ายยามค่ำคืนด้วยการเข้าชมการแสดงโชว์ระดับโลก จัดเต็มด้วยแสง สี เสียง และลีลาการเต้นที่เร่าร้อนของเหล่าสาวนักแสดงมืออาชีพที่ทรอปิคานา (Tropicana) ไนท์คลับที่มีชื่อเสียงที่สุดในคิวบาซึ่งเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1939

จริง ๆ แล้ว ในฮาวานา ยังมีจัตุรัสที่งดงาม ป้อมปราการจากที่สเปนเคยปกครอง พิพิธภัณฑ์ โรงแรม และสถานที่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อีกมากมาย ไหนจะเสน่ห์ของอาคารบ้านเรือนวิถีชีวิต รวมทั้งรอยยิ้มและความเป็นกันเองของคนคิวบา สิ่งเหล่านี้ทำให้การตกหลุมรักฮาวานา ไม่ใช่เรื่องยากเลยน่าเสียที่เราไม่อาจหยุดเวลาอยู่ในเมืองที่เวลาหยุดได้นานกว่านี้

[ ทะเลสีฟ้ากับปลาโลมาที่วาราเดโร ]

พักจากแสงสีเสียงและความเป็นเมืองด้วยหาดทรายขาวยาวเหยียดที่วาราเดโร (Varadero) เมืองตากอากาศบนหาดทรายขาวยาว 20 กม. ตั้งอยู่ห่างจากทางทิศตะวันออกของกรุงฮาวานาประมาณ 150 กม. นักท่องเที่ยวมาเยือนที่นี่

ครั้งแรกในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยเฉพาะในช่วงทศวรรษที่ 1930 เริ่มมีบรรดาเศรษฐีผู้มีอันจะกินทั้งที่โด่งดังและไม่โด่งดังจากสหรัฐ มาสร้างคฤหาสน์หรูพักร้อนที่นี่ อาทิ Irenee Du Pont และ Al Capone

กิจกรรมต่าง ๆ ในวาราเดโรมีให้ทำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการล่องเรือคาตามารันแบบส่วนตัว เดินทางสู่จุดดำน้ำดูปะการัง (Snorkeling) หรือกิจกรรมน่ารัก ๆ อย่างการให้อาหารปลาโลมาอย่างใกล้ชิด

ปัจจุบันวาราเดโรเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวกว่า 1 ล้านคนต่อปี

[ คารวะสหายที่ซานตาคลารา ]

เมื่อคุณมาเหยียบแผ่นดินคิวบาแล้วไม่มีทางที่คุณจะไม่เห็นภาพของเช เกวารา และการมาคิวบาของคุณจะไม่สมบูรณ์เลย ถ้าหากไม่ไปคารวะสถานที่พำนักร่างของวีรบุรุษผู้ปลดแอกคิวบาที่เมืองซานตา คลารา (Santa Clara) เมืองซึ่งอยู่ห่างจากกรุงฮาวานาไปทางทิศตะวันออกประมาณ 300 กม.

โลกรู้จักเช เกวารา ทั้งในฐานะของนักปฏิวัติผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์และฆาตกรผู้โหดร้ายที่ไม่เชื่อในสันติวิธี

เช ไม่ใช่ชื่อจริงของเขา แต่เพื่อนชาวคิวบา เรียกเขาว่า “เช” เพราะคำว่าเช เป็นคำที่คนอาร์เจนตินาใช้เรียกเพื่อน เชมีชื่อเต็มจริงๆ ว่า เออร์เนสโต เกบารา เดอ ลา ซาร์นา (Ernesto Guevara de la Serna) เกิดเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 1928

เช เป็นหนึ่งในแกนนำของคณะผู้ก่อการปฏิวัติคิวบา เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายสู้รบกับรัฐบาลทหารของเผด็จการบาติสตา ที่ปกครองคิวบาอย่างกดขี่ด้วยรูปแบบการต่อสู้แบบกองโจรเป็นเวลากว่า 2 ปี เช เสี่ยงชีวิตเข้าร่วมภารกิจที่ดูแทบจะเป็นไปไม่ได้นี้เพื่ออุดมการณ์ถึงแม้เขาจะไม่ใช่คนคิวบาก็ตาม

การปฏิวัติคิวบาเริ่มต้นได้ไม่สวยนัก เมื่อเรือยอร์ชชื่อกรันมา (ที่เราได้เห็นในพิพิธภัณฑ์แห่งการปฏิวัติที่ฮาวานา) ออกเดินทางจากเม็กซิโกไปติดสันทรายก่อนจะถึงที่หมายที่คิวบา คณะปฏิวัติถูกกองกำลังทหารของบาติสตาจัดการจนแตกกระเจิง จากจำนวนสมาชิกบนเรือ 82 คน เหลืออยู่เพียงไม่ถึง 20 คน แต่ใครจะไปคิดว่าคนไม่ถึง 20 คนนี้ บวกกับความสุกงอมของความรู้สึกที่ถูกกดขี่ของประชาชน จะสามารถเอาชนะทหารทั้งกองทัพของบาติสตาได้

จุดตัดสินสำคัญของการสู้รบในครั้งนี้ คือเมืองซานตา คลารา ซึ่งเป็นเมืองที่เป็นที่มั่นสุดท้ายของฝ่ายบาติสตา โดยเชสามารถยึดเมืองนี้ได้ด้วยการวางแผนทำลายรางรถไฟ เพื่อโจมตีกองทหารพร้อมอาวุธที่อยู่บนรถไฟหุ้มเกราะ และความพ่ายแพ้นี้ ทำให้บาติสตาต้องหลบหนีออกจากคิวบา

หลังการปฏิวัติคิวบาสำเร็จลงแล้ว เช ยังพยายามเดินทางไปช่วยเปลี่ยนแปลงประเทศอื่น ๆ ต่อ เริ่มจากคองโก แล้วต่อด้วยโบลิเวีย ก่อนที่เขาจะถูกจับและถูกสั่งประหารที่นั่น

เชเสียชีวิตในวันที่ 9 ตุลาคม 1967 ปิดฉาก ชีวิตเพื่ออุดมการณ์ความเท่าเทียมด้วยวัยเพียง 39 ปี หลังจากนั้น จึงมีการย้ายโครงกระดูกของเชกลับมาฝังอย่างถาวรที่เมืองซานตา คลารา ในวันที่ 17 ตุลาคม 1997 โดยฟิเดล คาสโตร อดีตผู้นำของคิวบาและสหายของเช ที่ซานตา คลารานี้ มีสถานที่สำคัญห้ามพลาดอยู่ 2 แห่ง ได้แก่ อนุสรณ์สถาน The Battle of Santa Clara ซึ่งตั้งอยู่ที่ทางรถไฟ ในจุดที่เชนกำลังหลักร้อยเอาชนะกองทัพนับพัน และอนุสาวรีย์ของเช เกวารา ทำจากบรอนซ์สูง 22 ฟุตอยู่ในท่าก้าวเดินอย่างมั่นคง มือหนึ่งถือปีนขณะที่อีกมือหนึ่งใส่ผ้าพันแขนเอาไว้ มีข้อความเขียนบนฐานอนุสาวรีย์ไว้ว่า “Hasta la Victoria Siempre” แปลความได้ว่า “จนกว่าจะได้ชัยชนะนิรันดร์”

แผ่นหินขนาดใหญ่ด้านข้างสลักจดหมายที่ฉบับสุดท้ายที่เชเขียนให้ฟีเดล คาสโตร ก่อนเดินทางไปปฏิบัติการครั้งสุดท้ายที่โบลิเวีย ด้านใต้ของอนุสาวรีย์มีการจัดแสดงข้าวของของเช รวมทั้งยังเป็นสถานที่ที่ร่างของเช ได้พักผ่อนอย่างสงบในแผ่นดินที่เขารัก

ถ้าคุณอ่านมาจนถึงตรงนี้ และกำลังเริ่มสนใจคิวบาขึ้นมา อยากชวนเพื่อนไปลองสัมผัสคิวบาด้วยกัน แต่ไม่รู้จะชวนอย่างไรครั้นจะให้ดูภาพสองภาพก็คงไม่พอ จะให้อ่านบทความให้ฟังตั้งแต่ต้นก็คงยาวไป เราจึงขอสรุปความเป็นคิวบาแบบสั้น ๆ มาให้ ดังนี้

“เกลียวคลื่นสีน้ำเงินกำลังม้วนตัวซัดใส่แนวกำแพงคอนกรีตยาว เสียงร้องเพลงคลอกีตาร์แผ่วเบาแว่วมาจากตรอกซอกซอยแต่ไกลแสงอาทิตย์สาดส่องทำมุมเฉียงใส่ภาพวาดหลุดร่อนบนผนังตึกเก่า คู่รักหนุ่มสาวเต้นรำอยู่ใต้เงาของอาคารโบราณคลาสสิกสายลมพัดกลิ่นของทะเลเจือด้วยกลิ่นซิการ์ควันเบาบางลอยเอื่อยในบาร์ที่เต็มไปด้วยผู้คน ใครบางคนกำลังพูดถึงนักเขียนรางวัลโนเบลชาวอเมริกัน ขณะเดียวกันก็จิบโมฮิโตและไดกิรีรสต้นตำรับไปด้วย บนถนนหนทางเต็มไปด้วยรถยนต์คลาสสิกยุค 40 – 50 เชฟโรเลตเบลแอร์สีแดงวิ่งสวนกับดอดจ์ โคโรเนทซีดานสีน้ำเงินหน้าจัตุรัสแห่งการปฏิวัติภาพใบหน้าของนักปฏิวัติผู้ยิ่งใหญ่บนผนังของอาคาร ตอกย้ำถึงจิตวิญญาณและอุดมการณ์ของประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นกุญแจสู่ทะเลแคริบเบียน”

เราแน่ใจว่า ถ้าบังเอิญคุณมีโอกาสมาเยือนคิวบา เสน่ห์ของประเทศนี้ จะประทับตราตรึงคุ้มค่าในทุกลมหายใจเข้าออก…แน่นอน

เดินทางสู่คิวบา จองตั๋วเครื่องบิน ราคาประหยัดได้ที่ KTC World Travel Service โทร. 02 123 5050

Leave a Reply

Your email address will not be published.