Hokkaido ที่คิดถึง

HOKKAIDO

ที่คิดถึง

ฮอกไกโด...ไม่ได้มีเพียงหิมะและดอกไม้

เรื่องโดย คุณชลทิชา เรืองวิริยะนันท์
สมาชิกบัตรเครดิต KTC VISA

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อมีใครก็ตามกล่าวถึงฮอกไกโด คนส่วนใหญ่มีก็พูดถึงเทศกาลหิมะซัปโปโระ ในช่วงต้นปี หรือทุ่งดอกไม้หลากสี โดยเฉพาะสม่วงจากดอกลาเวินเดอร์ในช่วงกลางปี ที่ให้ราคาตั๋ว เครื่องบินและที่พักพุ่งสูงมากในช่วงเวลานั้น อีกทั้งหากจุดประสงค์ที่จะไปเยือนคือ การไปชมทุ่งลาเวนเดอร์ ก็คงต้องหวังโชคช่วยให้ตอนที่ไปเป็นช่วงที่ดอกลาเวนเดอร์บานเต็มที่ เพื่อที่จะสามารถเก็บภาพที่งดงามและตราตรึงใจไว้ตราบนานเท่านาน

ที่พูดถึงโชคเป็นเพราะเมื่อตอนที่เราลงรูปทุ่งดอกลาเวนเดอร์ มีเพื่อนคนหนึ่งซึ่งไปฮอกไกโดก่อนหน้าเพียงหนึ่งสัปดาห์เข้ามาตอบทันทีว่าตอน่ที่เขาไปนั้นดอกุลาเวนเดอรยังไม่บานสวยงามเท่านี้ และต่อมาไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้นมีเพื่อนอีกคนเดินทางไปัยังสวนเดียวกัน พร้อมลงรูปบรรยายว่า ดอกลาเวนเดอร์หมดช่วงบานไปเสียแล้ว ดังนั้นคงไม่ต้องบอกว่ารู้สึกโชคดีเพียงใดที่ได้ไปเยือนทุ่งลาเวนเดอร์ในจังหวะที่เหมาะเจาะเช่นนั้น

แต่เมื่อได้ลองท่องเที่ยวไปหลายแห่ง เรากลับคิดว่าส่วนที่งดงามที่สุดในฮอกไกโดไม่ได้มีเพียงทุ่งดอกลาเวนเดอร์ หรือทุ่งดอกไม้หลากสีเท่านั้น ณ ฮอกไกโดแห่งนี้ ยังมีสถานที่ที่สวยงามราวกับเป็นของขวัญจากธรรมชาติอยู่อีกมากมาย

วันถัดมาหลังจากที่ชื่นชมดอกไม้ไปเต็มตาแล้ว เรามุ่งไปยังน้ำตกชิราฮิเงะ (Shirahige Waterfall) และบ่อน้ำสีฟ้า (Blue Pond) ประจำเมืองบิเอะทันทีที่ได้เห็นน้ำตกชิราฮิเงะ ยังจำได้ดีว่าตกตะลึงกับความงามเบื้องหน้ามากมายเพียงใด น้ำที่ไหลผ่านน้ำตกเป็นสีฟ้าสดใส สร้างความสดชื่นและตื่นตาให้กับผู้เยี่ยมชมยิ่งนักประกอบกับลมที่พัดอ่อน ๆ ทำให้ไม่หนาวไม่ร้อนจนเกินไป แทบอยากนั่งชมน้ำตกอยู่ตรงนั้นทั้งวัน แต่อย่างไรก็ตามการเดินทางก็ยังไม่สิ้นสุด เมื่อน้ำจากน้ำตกสีฟ้าแห่งนี้ไหลรวมลงไปก่อเกิดบ่อน้ำสีฟ้าที่งดงามไม่ต่างกัน สร้างความประหลาดจนต้องไปค้นหาข้อมูลถึงความอัศจรรย์นี้ว่าความจริงแล้วน้ำในสระไม่ได้เป็นสีฟ้าอย่างที่ตาเห็น แต่จะเปลี่ยนสีไปตามฤดูกาล ส่วนบ่อน้ำก็ไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติแต่เกิดขุ่นหลังจากมีการระเบิดของภูเขาโทะคะชิเมืองบิเอะยังคงมีธรรมชาติชวนชมอีกมากมายเพียงขับรถเลียบเคียงไปตามถนนภาพของต้นไม้ใบหญ้าตามข้างทางล้วนทำาให้จิตใจสงบสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไกลออกไปยังมีทุ่งสีเหลืองทองอร่ามปรากฏเด่นชัดในสายตาจนต้องลงจากรถแวะชื่นชม และวินาทีนี้เองที่ทำให้เกิดความคิดขึ้นมาว่า

“ฮอกไกโดไม่ได้มีดีแค่ทุ่งดอกไม้”

ธรรมชาติของฮอกไกโดยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เดินทางต่อไปเพื่อชมวิวทะเลจากมุมส่งที่แหลมคามุอิ (Cape Kamui) จุดชมวิวขึ้นชื่อที่คนมักแวะไปเยี่ยมเยียนทว่าสถานที่ที่ตราตรงใจเรามากที่สุดกลับอยู่ที่ชายฝั่งทะเลชิมะมุอิ (Shimamui Coast) เป็นอีกครั้งที่ฮอกไกโดไม่ได้มีเพียงสีม่วง สีแดง สีเหลืองจากดอกไม้ หรือสีฟ้าจากแหล่งน้ำ แต่ยังมีสีน้ำเงินสดจากน้ำทะเลอีกด้วย

“ทำไมน้ำในทะเลถึงมีสีน้ำเงินสดสวยงามได้ขนาดนี้”

เราถึงขั้นตั้งคำถามกับตัวเอง ยอมเหน็ดเหนื่อยเดินจากจุดชมวิวลงไปตามทางเพื่อไปยลโฉมใกล้ ๆ และพบว่าก้อนหินริมหาดสีขาวสะอาดตาจำนวนมากถูกย้อมจนกลายเป็นสีฟ้าน้ำเงินไปตามสีของน้ำทะเลช่างน่าทึ่งจนไม่รู้จะบรรยายถึงความอัศจรรย์นี้ได้อย่างไร ทำได้เพียงเชิญชวนว่าต้องมาเห็นกับตาจึงจะเข้าใจ

วันถัดมาเดินทางต่อไปยังคลองโอตารุ ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวชื่อดังอีกแห่งหนึ่งที่ถึงกับมีคำกล่าวว่า “หากไม่ได้มาคลองโอตารุ ก็เหมือนกับมาไม่ถึงเมืองโอตารุ” เมืองท่าชื่อดังที่มีประวัติมายาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 เมื่อได้ถ่ายรูปกับมุมยอดนิยมไปแล้ว จงตัดสินใจใช้บริการล่องเรือชมความยิ่งใหญ่ของเมืองท่าแห่งนี้ดีเสียหน่อย และไม่รู้สึกผิดหวังเลย ณ จุดหมายที่ไกลออกไปจากจุดถ่ายรูปยอดนิยมยังมีสิ่งต่าง ๆ ให้เยี่ยมชมอีกมากมาย ทั้งบรรดาเรือที่จอดเทียบท่า เรือที่กำลังออกทะเล หรือแม้กระทั้งโกดังเก่าริมคลองให้บรรยากาศเหมือนกำลังย้อนยุคและรำาลึกถึงประวัติอันยาวนานของสถานที่แห่งนี้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่ขนส่งสินค้าหลักของเมืองจนกระทั่งสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินทางอื่น ๆ เริ่มเข้ามา ทำให้เมืองท่าแห่งนี้ถูกปรับปรุงให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเช่นในปัจจุบัน

สถานที่สุดท้ายที่อยากแนะนำให้มาชมคือโอตารุเท็นกูยามะ (Otaru Tenguyama) มีกระเช้าลอยฟ้าพาขึ้นไปยังภูเขาเพื่อชมวิวเมือง แต่ตอนที่ไปมีคนน้อยมากจนน่าแปลกใจ ทั้ง ๆ ทีคิดว่าตัวเองไปช่วงฤดูท่องเที่ยวแล้วเชียว และดูเหมือนว่าเมื่อถึงฤดูหนาวทีหิมะปกคลุมทั้งภูเขาที่นี้จะกลายเป็นสถานที่เล่นสกีอีกแห่งหนึ่ง แต่ถ้าหากใครได้มายลโฉมเมืองโอตารุเบื้องบนเช่นนี้คงไม่ปฏิเสธเช่นเดียวกันว่าโอตารุเท็นกูยามะยังมีธรรมชาติอยู่เต็มเปี่ยม ทางเดินเล็ก ๆ ที่พาลัดเลาะไปจุดชมวิวต่าง ๆ ยังคงความเป็นธรรมชาติ เช่นเดียวกับศาลาริมทาง รั้วกั้น หรือเก้าอี้นั่งชมวิว และนอกจากจุดชมวิวที่เห็นได้แทบทั้งเมืองแล้ว ยังมีศาลเจ้าเล็ก ๆ ที่ยามไร้ผู้คนช่างดีอ้างว้าง จนรู้สึกเสียดายว่าหากได้มาเยือนตอนครึกครื้นจะเป็นเช่นไร แต่ยังโชคดีที่สวนมีกระรอกให้ได้ใกล้ชิดและเติมความสดชื่นจนตกหลุมรักในความตัวจิ๋วช่างอ้อนช่างเห็นแก่กินของเจ้ากระรอกตัวน้อยที่เพิ่มเสน่ห์แก่ภูเขาเล็ก ๆ ประจำาเมืองโอตารุนี้ให้น่ามาเยือนมากยิ่งขึ้น

หลังกลับมาจากญี่ปุ่นมักจะถูกถามว่าชอบจุดไหนที่สุดในฮอกไกโด ซึ่งก็น่าแปลกที่เราไม่ได้ตอบไปว่าทุ่งดอกไม้หรือทุ่งลาเวนเดอร์ แต่กลับเป็นน้ำตกุชิราฮิเงะตอนนั้นจำได้ว่าใช้เวลาในการคิดคำตอบอยู่นานคิดแล้วคิดอีก จนในที่สุดตัดสินใจเลือกความอัศจรรย์ของธรรมชาตที่น่าประทับใจไม่รู้ลืมไป และยังเสียดายหากต้องทิ้งตัวเลือกที่เหลือ เลยนำตัวเลือกเหล่านั้นมาอยู่ในบทความบทนี้แทน ซึ้งพยายามบรรยายถึงเหตุผลที่สถานที่เหล่านั้นถึกคัดเลือกมา เพื่อให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านที่รอการกลับไปเยือนเมืองทางตอนเหนือของญี่ปุ่นแห่งนี้ ได้มีโอกาสพิจารณาและตัดสินใจเลือกไปเยี่ยมชมความงามที่ธรรมชาติสรรสร้างขึ้นมาให้รู้ว่า…ฮอกไกโด ไม่ได้มีดีแค่หิมะและดอกไม้

Leave a Reply

Your email address will not be published.