Georgia ประเทศอารยธรรมแห่ง 2 ทวีป

หากพูดถึงประเทศที่เงียบสงบ อยู่ระหว่างโลกตะวันออกและโลกตะวันตก และมีผืนหญ้าเขียวขจีกว้างใหญ่ จะเป็นที่ใดไปไม่ได้นอกจากประเทศจอร์เจีย ในอดีตประเทศนี้เคยเป็นรัฐหนึ่งของสหภาพโซเวียต และด้วยความที่อยู่ระหว่างทวีปเอเชียและยุโรป ทำให้ประเทศนี้มีวัฒนธรรมที่ค่อนข้างจะเป็นเอกลักษณ์ ถึงแม้ว่าสถาปัตยกรรมจะค่อนไปทางยุโรป แต่วิถีชีวิตของคนที่นี่ก็เรียบง่ายไม่แพ้คนเอเชียเลย

 

คนส่วนใหญ่ในจอร์เจียนับถือศาสนาคริสต์ ดังนั้นเราจะสามารถพบเห็นโบสถ์ที่สวยงามกระจายอยู่ทั่วไปในประเทศนี้ เริ่มจากที่เมืองมิสเฆตา (Mtskheta) เป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดเมืองหนึ่งของจอร์เจีย เมืองนี้มีอนุสาวรีย์และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆนับไม่ถ้วน อารามจวารีย์ (Jvari Monastery) ก็เป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้น เนื่องจากอารามนี้ตั้งอยู่บนเนินสูง เมื่อมองจากบนเนินเราจะสามารถมองเห็นวิวที่สวยงามของเมืองมิสเฆตาได้อย่างชัดเจน เมื่อขับรถบนถนนไปตามแม่น้ำอารักวี แม่น้ำสายสำคัญที่มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาคอเคซัส จะพบป้อมปราสาทที่มีชื่อว่า อันนานูรี Ananuri Fortress ข้างบนปราสาทมีโบสถ์และหอคอยเก่าแก่ถูกปลูกสร้างไว้ ว่ากันว่าที่แห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้หลบภัยในช่วงสงครามนั่นเอง

 

เมื่อมุ่งหน้าต่อไปยังเมืองคาสเบกิ (Kazbegi) เมืองเล็กๆตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาคอเคซัส จะพบโบสถ์สมินบาสเมบา (Tsminda Sameba or The Gergetis Sameba Church of the Mother of God) สถานที่แห่งนี้ถือเป็นไฮไลท์สำคัญของการมาเยือนเมืองนี้เลยก็ว่าได้ เชื่อว่าหลายคนคงจะรู้สึกคุณเคยเมื่อเห็นที่รูปภาพเหล่านี้เพราะที่แห่งนี้มีชื่อเสียงจนไปปรากฏอยู่บนเว็บไซต์และปกหนังสือมากมาย โบสถ์และหอระฆังบนยอดเขาถูกสร้างด้วยหินแกรนิต เมื่อรวมกับภูเขาคาสเบ็กด้านหลังที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปีแล้ว ช่างเป็นภาพที่น่าหลงใหลอย่างมาก

 

ชมสถาปัตยกรรมของประเทศนี้เสร็จแล้ว ต้องมาลองอาหารกันบ้าง หากบาแก็ตขึ้นชื่อว่าเป็นขนมปังประจำประเทศฝรั่งเศส ขนมปัง Khachapuri ก็ถือได้ว่าเป็นขนมประจำประเทศของจอร์เจียเช่นกัน หน้าตาของ Khachapuri จะเป็นขนมปังหน้าชีสเยิ้มๆ ทานง่ายและเหมาะสำหรับผู้มาเยือนอย่างใหม่ที่ยังไม่เคยลองอาหารท้องถิ่นของที่นี่มาก่อน

ไวน์เป็นเครื่องดื่มหลักที่ขาดไม่ได้บนโต๊ะอาหารของชาวจอร์เจีย ดังนั้นผู้คนที่นี่จึงมีการปลูกองุ่นเพื่อผลิตไวน์กันเอง และไวน์ที่นี่ก็มีรสชาติดีเสียด้วย

ถึงจะมีความเป็นยุโรปสูง ประเทศจอร์เจียก็ยังค่อนข้างเงียบเหงาและยังไม่เป็นที่รู้จักทางด้านการท่องเที่ยวมากนัก ค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวในประเทศนี้จึงไม่แพงเกินไป ค่าตั๋วไปกลับราคาถูกโดยทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่เที่ยวบินละ 20,000 บาท ไม่เพียงแค่นั้นคนไทยยังสามารถเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในประเทศนี้ได้โดยปราศจากวีซ่าตลอดระยะเวลา 365 วัน

Leave a Reply

Your email address will not be published.