DISCOVER TAIWAN A LAND OF LUSH GREEN LANDSCAPES

ไต้หวัน ดินแดนที่ยังคงมุ่งมั่นสร้างประเทศให้เป็นปึกแผ่น ความเจริญของบ้านเมืองและเทคโนโลยี อีกทั้งยังมีระเบียบสังคมดีที่สุดอีกประเทศหนึ่งในทวีปเอเชียทัดเทียมประเทศญี่ปุ่น เดินทางสะดวก เที่ยวง่าย อาหารอร่อย ที่เที่ยวหลากหลายและมิตรภาพที่ได้รับจากผู้คนในพื้นที่ ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมไต้หวันถึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของเหล่านักท่องเที่ยวไทย

การจะเรียนรู้ตัวตนของประเทศใดก็ตาม ต้องเริ่มจากการเรียนรู้วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของประเทศนั้นก่อน เริ่มต้นจากการนำเที่ยวของไกด์ผู้รู้ใจพาสตาร์ทที่ ลู่กั่ง Lukang ถนนอิฐแดง เมืองโบราณแห่งไต้หวันอายุกว่า 260 ปี อดีตเมืองท่าที่ติดต่อค้าขายกับจีนตั้งแต่ยุคราชวงศ์หมิง ได้รับการอนุรักษ์ไว้ซึ่งมนต์ขลังจากยุคอดีตร้านค้า บ้านเรือนที่ปลูกสร้างให้อยู่คู่กับเมืองเก่าได้อย่างลงตัว ใกล้กันนั้นจะพบกับวัดหลงซาน Lukang Longshan Temple วัดพุทธแห่งแรกในไต้หวัน สร้างไว้ตั้งแต่ยุคราชวงศ์หมิง ค.ศ. 1786 ถือเป็นสมบัติล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ที่ชาวไต้หวันหวงแหนและให้ความเคารพ เห็นได้จากการหลั่งไหลมาของผู้คนทั้งในพื้นที่และนักท่องเที่ยวต่างถิ่นที่มีจุดประสงค์เดียวกันคือความเชื่อศรัทธา ไหว้ขอพรให้ประสบความสำเร็จในชีวิตและความรัก

เที่ยวต่อที่ศาลเจ้ากระจก Taiwan Glass Gallery Temple ศาลเจ้ากระจกแห่งแรกของโลก ด้านในประดิษฐานมาจู่ ที่ใช้เวลาก่อสร้าง 6 ปี เสร็จในปี 2013 ภายในจัดแสดงงานศิลปะอันสวยงามที่ล้วนแล้วแต่ทำมาจากแก้วทั้งสิ้น ไฮไลท์อยู่ตรงที่แสงสีที่ประดับดาอยู่ทั่ววัด เริ่มส่องสว่างให้เห็นหลังห้าโมงเย็น โคมไฟเรียงรายคดเคี้ยวเป็นตัวมังกรขนานไปกับทางเดิน แสงไฟหลากสีที่ผ่านการดีไซน์อย่างลงตัวกระทบกระจกระยิบระยับอย่างมีมิติให้บรรยากาศราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์ สายบุญรักงานศิลป์ไม่ควรพลาด ไต้หวันไม่ได้มีดีแค่ไทเป ออกนอกเมืองตะลุยเที่ยวกันต่อที่เมืองไถจง จุดเช็คอินเก๋ ๆ อยู่ที่ Xitou Monster Village หมู่บ้านปีศาจ ไกด์ของเราเล่าว่าที่มาของหมู่บ้านนั้นเกิดจากการรณรงค์ไม่ให้มีการตัดไม้ทำลายป่า โดยสร้างรูปปั้น

ปิศาจเท็นโก เพื่อเป็นปิศาจพิทักษ์ผืนป่าแห่งนี้และสร้างเป็น Community Mall สไตล์ญี่ปุ่นให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เดินเที่ยวได้ทั้งวันไม่รู้เบื่อ มีของกินหลากหลายให้ลิ้มลอง ของที่ระลึกสุดน่ารักและมุมถ่ายภาพที่ถ่ายยังไงก็สวย และด้วยบรรยากาศที่เย็นสบายเพราะอยู่ในบริเวณป่าสนที่สามารถเดินป่าศึกษาเส้นทางธรรมชาติได้อีกด้วยที่ Xitou Nature Education Area ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. โดยไฮไลท์ห้ามพลาดคือ Bamboo Cottage, Giant Tree Trail และ Sky Walk คว้าแผนที่แล้วลุยกันเลยมุ่งหน้าสำรวจพื้นที่อันกว้างขวางของ Sun Link Sea Park ที่ระดับความสูง 1,600 เมตร ตระการตาด้วยฉากน้ำตก Songlong Rock มีชื่อเสียงและได้ขนานนามว่าเป็นทิวทัศน์ที่ดีที่สุดของอุทยานแห่งชาติซันลิงค์ซี ทัศนียภาพตระหง่านและสวยงามแห่งนี้มีความหลากหลายของพืชพันธุ์ไม้ป่าอันอุดมสมบูรณ์ ดื่มด่ำไปกับธรรมชาติและละอองน้ำกระเซ็นในทุกย่างก้าวบนสะพานที่ห้อมล้อมด้วยผนังหินปูนขนาดใหญ่สร้างความตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่งปิดท้ายทริป เที่ยวอย่างครบรสที่ฟาร์มฟู๋โซ่ซาน Fushoushan Farm ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นสวนสวิตเซอร์แลนด์แห่งไต้หวัน อยู่บนหุบเขา สูง 1,800 – 2,614 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ความโดดเด่นนั้นมิใช่ความสูง แต่เป็นความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยการเกษตรที่เก่งที่สุดในเรื่องพืช ต้นไม้ ผัก โดยเฉพาะชา “Fushou Everspring” ชาอันดับหนึ่งในไต้หวันที่ได้รับความนิยมมาก อีกทั้งยังมี “สามราชาผลไม้” ได้แก่ “ต้นราชาแอปเปิล” “ต้นราชาสาลี่” (ลูกแพร) และ

“ต้นราชาพีช” (ลูกท้อ) ที่เรียกว่าเป็นราชานั้นเพราะว่ามีมาก ถึง 40 สายพันธุ์จากหลากหลายสถานที่รวมไว้ในต้นเดียวเดินตามเส้นทางไปเพลิน ๆ ผ่านสวนชาอู่หลงพร้อมหมอกจางๆ ก็พบกับ “สวนอนุสรณ์สถานฮวาไท่” หรือ “สวนอนุสรณ์สถานการแลกเปลี่ยนด้านการเกษตรไทย-กลุ่มคนเชื้อสายจีน” ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับประเทศไทยอย่างมาก ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2558 หลังจากที่คุณซง ชิง ยวิน รองผู้จัดการฟาร์ม ได้เดินทางไปยังประเทศไทยเพื่อทำการสำรวจเกี่ยวกับด้านการเกษตร ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ ๙) ทรงให้คำปรึกษาและได้ทรงพัฒนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศจีนให้แนบชิดยิ่งขึ้นอีกด้วยต่อจากนั้นนั่งรถขึ้นมายังจุดสูงสุดของที่นี่ที่ระดับน้ำทะเล 2,614 เมตร ไฮไลท์ของด้านบนไม่ได้มีเพียงแค่วิวยอดภูเขาเคล้าสายหมอก แต่ยังมี “สระแห่งฟ้า” ที่ชาวไต้หวันเชื่อว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ หากเดินวนซ้าย 3 รอบ และวนขวา 3 รอบ จะเหมือนเป็นการเพิ่มพลังชีวิตให้กับเรา บริเวณด้านหน้าของสระแห่งฟ้า ยังเหมาะกับการชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยไม่แพ้ที่ใด

ชมวิวจนเหนื่อยแล้วที่นี่ก็มีห้องพักหลากหลายไว้คอยบริการ ทั้งเป็นแบบบ้านพักในตัวฟาร์ม หรือจะแบบกระท่อมสไตล์ยุโรป และตั้งแคมป์ที่ด้านล่างเขา พร้อมอาหารจีนให้ลองลิ้มชิมรสชาติอีกด้วย เรียกว่าเป็นสถานที่เที่ยวที่ครบรส ทั้งบรรยากาศและเสน่ห์ของทัศนียภาพสุดอลังการที่สวยแตกต่างกันในทุกฤดูกาล แต่งแต้มด้วยสีซากุระในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ผักผลไม้พร้อมให้เก็บเกี่ยวในฤดูร้อนใบเมเปิ้ลสีแดงในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และมีหิมะประดับในช่วงฤดูหนาวพร้อมแหล่งเรียนรู้การเกษตรใกล้ชิดติดธรรมชาติแบบครบวงจรสุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำประเทศไทย สำหรับทริปการท่องเที่ยวแสนประทับใจ อีกทั้งสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทยที่คอยอำนวยความสะดวกให้ตลอดการเดินทาง และสายการบิน EVA ที่ไม่เคยทำให้ระยะทางต้องกลายเป็นปัญหาสำหรับการเดินทางในครั้งนี้

Leave a Reply

Your email address will not be published.