DARE TO COLD DARE TO SEE WORLD

กาลครั้งหนึ่ง… ICELAND

        หากพูดถึงประเทศไอซ์แลนด์ ภาพในจินตนาการของหลายๆคนคงจะเป็นทัศนียภาพสวยงามแปลกตาของปรากฎการณ์ที่หาชมได้ยากอย่างออโรร่า การรอคอยการแสดงตัวของเส้นแสงสีสวยที่ทอดตัวเป็นจากท้องฟ้าท่ามกลางดินแดนแห่งน้ำแข็งที่หนาวเหน็บเป็นไฮไลท์ที่เย้ายวนชวนเหล่านักผจญภัยให้เดินทางมาสัมผัสความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติได้มอบให้ นอกจากนี้ไอซ์แลนด์ยังครอบคลุมพื้นที่ธรรมชาติอันงดงามไว้มากมาย และเส้นทางที่น่าค้นหาเหล่านี้กำลังรอการชื่นชมจากเหล่านักสำรวจอยู่เรื่อยมา

Pingvellir  National Park (golden triangle)

        ท่ามกลางความเวิ้งว้างของทุ่งลาวาที่ถูกปกคลุมด้วยมอสอย่างหนาแน่นจนดูคล้ายดินแดนสีเขียวกว้างใหญ่ ยังมีความสวยงามแปลกตาซ่อนอยู่  กำแพงหินสีหม่นขนาดใหญ่ที่ทอดตัวยาวตัดกับสีเขียวของพื้นที่ ดูมีมนต์ขลังดึงดูดเหล่านักเดินทางจากทั่วสารทิศให้เข้าไปสำรวจ ใกล้เข้าไปอีกระยะจะพบกับรอยแตกแยกแอตแลนติก ที่เกิดจากการแยกตัวของชั้นเปลือกโลก ทั้งยังเป็นเส้นแบ่งระหว่างทวีปยุโรปและอเมริกา โดดเด่นด้วยน้ำที่ใสและเย็น จึงทำให้รอยแยกนี้เป็นที่นิยมของเหล่านักดำน้ำ เพราะสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆในน้ำระดับดึกได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ อุทยานแห่งนี้ยังครอบคลุมทั้งทุ่งลาวา หุบผา ถ้ำ ลำธาร และน้ำตก ซึ่งพื้นที่ทั้งหมดอยู่ในเขตของทะเลสาบ Pingvallavatn ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ จนถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของไอซ์แลนด์ที่ต้องมาเยือนสักครั้ง

Tip : Pingvellir เป็นที่ตั้งของรัฐสภาแห่งแรกและ ถูกขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ว่าให้เป็นสถานที่อันเป็นมรดกของชาวโลก ในปี ค.ศ.2004  ซึ่งนับเป็นเกียรติประวัติแก่ชาวไอซ์แลนด์ด้วย  

Hraunfossar

        นอกจากธรรมชาติของป่าแล้ว ไอซ์แลนด์ ยังครอบคลุมพื้นที่ส่วนที่เป็นน้ำเอาไว้อีกมากมาย รวมไปถึงน้ำตก Hraunfossar  ที่มีขนาดใหญ่ ที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Lava waterfalls ซึ่งมีซับซ้อนหลายชั้นหลายระดับ น้ำในน้ำตกแห่งนี้ออกเป็นสีฟ้าใส ทำให้ดูสะอาดสวยงามเมื่อไหลมาบรรจบกันสู่แอ่งน้ำด้านล่าง หรือจะเป็นการท่องเที่ยวแบบผจญภัยแบบการเที่ยวถ้ำ Viogelmir ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะลึกลับน่าค้นหาแล้ว ยังมีบรรยากาศสวยแปลกแบบที่หาไม่ได้ที่ไหนอีกด้วย

Tip : อากาศโดยรอบจะมีความชื้นและหนาวเย็นมาก ควรเตรียมตัวทั้งสภาพร่างกายและเครื่องนุ่งห่มให้พร้อม

Husavik

        เมืองประมงขนาดใหญ่ที่มีปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่เป็นแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ของปลาและสัตว์น้ำ และโดดเด่นเรื่องจุดชมวิว ภายหลังถูกดัดแปลงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว เมืองแห่งนี้ยังขึ้นชื่อในเรื่องของการชมปลาวาฬอีกด้วย เพราะนักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการนั่งเรือไปชมการแสดงตัวของปลาวาฬในท้องถิ่นซึ่งเป็นสิ่งที่หาดู ค่อนข้างยาก นอกจากนี้เมืองท่าแห่งนี้ยังมีสิ่งปลูกสร้างที่สวยงามคงมนต์เสน่ห์ของอดีตไว้อย่าง ลงตัวให้เดินเที่ยวชมกันอีกด้วย ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก ยังมี Asbyrigi Canyon หน้าผาสูงชันที่ผ่านการกัดกร่อนจนเป็นพื้นราบกว้างใหญ่นอนทอดตัวอยู่ทางตอนเหนือของไอซ์แลนด์นี้ครอบคลุมพื้นที่กว่า สี่ตารางกิโลเมตร ด้วยความสูงกว่า 100 เมตร เผยให้เห็นทัศนัยภาพอันงดงามเบื้องล่างที่ครอบคลุมทั้งพื้นที่สีเขียวยาวสุดลูกหูลูกตา แซมด้วยแอ่งน้ำสีฟ้าและถนนเล็กๆ เหมาะแก่การขึ้นมาชมพระอาทิตย์ตกในยามเย็น

Krafla Viti

         จากความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอย่างทะเลสาบ Myvatn ที่เป็นแหล่งชมนกนานาพันธ์ของไอซ์แลนด์ ถัดมาคือวิวสวยแปลกตาของปากปล่องภูเขาไฟที่ถูกแทนที่ด้วยทะเลสาบสีฟ้าสดใส ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติตั้งแต่ปี 1927 โดยมี small hiking trailทำให้นักท่องเที่ยวได้เดินสำรวจความสวยงามได้โดยรอบ ทั้งบริเวณปากปล่องด้านในและด้านนอก ซึ่งครอบคลุมทิวทัศน์สวยงามเหนือคำบรรยาย ในมุมสูงที่ยากจะหาชมได้เอาไว้อย่างครบถ้วน

Jokulsarlon

        หากมาถึงไอซ์แลนด์แล้วไม่ได้เจอกับธารน้ำแข็งอันกว้างใหญ่คงเหมือนมาไม่ถึงไอซ์แลนด์ Jokulsarlon ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งธารน้ำแข็งพันปีนี้จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่ทำให้คุณได้ตื่นตาตื่นใจกับอาณาจักรแห่งน้ำแข็งอันกว้างใหญ่ ถูกโอบล้อมด้วยหุบเขาน้ำแข็งสีขาวดูมีเสน่ห์ ถือว่าเป็นสิ่งที่หาชมได้แค่เฉพาะแถบประเทศนี้เท่านั้น

Tip : การยื่นขอวีซ่าการเยี่ยมเยียน ( อนุมัติโดยสถานฑูต ) – จะใช้ระยะเวลา 15 วันทำการ โดยเริ่มนับจากวันที่ได้รับเอกสารที่เรียบร้อยและสมบูรณ์ ที่ศูนย์ยื่นฯ บ. วีเอฟเอส

ปรึกษาข้อมูลการเดินทาง จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รถเช่า ที่ KTC World Travel Service โทร. 02 123 5050