Climb the Highest Peak and Touch the Sky at Dolomites

หากพูดถึงประเทศอิตาลี หลายคนอาจจะนึกภาพถึงเมืองแห่งแฟชั่นอย่างเมืองมิลาน หรือสถานที่ประวัติศาสตร์อย่างโคลอสเซียมแห่งกรุงโรม แต่ประเทศอิตาลีมีดีมากกว่านั้น นอกจากสิ่งมหัศจรรย์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยฝีมือมนุษย์แล้ว ยังมีสวรรค์บนดินอย่างเทือกเขาโดโลไมท์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยธรรมชาติอีกด้วย

เทือกเขาที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศนี้เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ มีพื้นที่ครอบคลุมทั้งแคว้นไทรอลใต้ (South Tyrol) และแคว้นเวเนโต้ (Veneto) และได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในแนวเขาหินปูนที่สวยที่สุดในโลก ดอกไม้ป่าตามเทือกเขาจะบานสะพรั่งและทุ่งหญ้าจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมเหลืองตัดกันอย่างสวยงามกับต้นไม้ที่มีใบเขียวขจีในช่วงฤดูร้อน คอยต้อนรับการมาเยือนของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก

เทือกเขาโดโลไมท์เปรียบเสมือนเป็นเขตแบ่งกั้นเมืองทั้งสองฝั่งของอิตาลีเอาไว้เป็นฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก อุทยานที่มีชื่อเสียงที่สุดในบริเวณฝั่งตะวันออกของเทือกเขาแห่งนี้คือ Fanes Sennes Braies Natural Park เป็นเขตอนุรักษ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในแคว้น South Tyrol และเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าและพันธุ์ไม้หายากนานาชนิดรวมไปถึงทะเลสาบที่มีชื่อเสียงอย่างทะเลสาบเบรียส (Braies) ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งโดโลไมท์” นานมาแล้ว มีเรื่องเล่าว่ามีคนเลี้ยงสัตว์มาพบคนป่ากำลังขุดหาทองและอัญมณีที่เทือกเขาแห่งนี้จึงเกิดความอยากได้และพยายามหาของเหล่านั้น แต่ก็ไม่พบเพราะว่าคนป่าได้ซ่อนทองและอัญมณีทั้งหมดไว้ใต้ทะเลสาบแห่งนี้นั่นเอง ถึงแม้ว่าทุกวันนี้จะไม่มีการยืนยันอย่างชัดเจนว่าเรื่องของคนเลี้ยงสัตว์กับคนป่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่เรื่องความงามของทะเลสาบแห่งนี้ก็เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าเป็นเรื่องจริงสมกับชื่อ “ไข่มุกแห่งโดโลไมท์” กิจกรรมที่สามารถทำได้เมื่อมาที่ทะสาบแห่งนี้คือการเช่าเรือพายเล่น ชมธรรมชาติและความงามอันไร้ที่ติบนท้องทะเลสาบเบรียส

Tre Cime di Lavaredo

ยอดเขาสามลูกที่เรียงติดกันนี้ถือเป็นยอดเขาที่สวยที่สุดในแถบโดโลไมท์ มีระดับความสูงอยู่ที่ 2999 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพบ่อยครั้งจนกลายเป็นสัญลักษณ์ของโดโลไมท์ และเนื่องจากรอบๆยอดเขานี้มีเส้นทาง Hiking หลายเส้นทาง กิจกรรมที่สามารถทำได้เมื่อมาที่แห่งนี้จึงเป็นกิจกรรม Hiking ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว เส้นทางรอบๆ Tre Cime di Lavaredo จะเป็นเส้นทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุด นักท่องเที่ยวจะได้เห็นความงดงามที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆตามจุดต่างๆของเส้นทาง และถ้าโชคดีก็อาจจะได้พบสัตว์ที่น่ารักเหล่านี้ด้วย

Seceda

จุดชมวิว Odle Mountains ถือเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่สวยงาม มีลักษณะเด่นคือยอดของภูเขาที่แหลมคมเหมือนฟันปลาฉลาม ยอดเขาหลัก 2 ยอด Sass Rigais และ Furchetta มีระดับความสูงอยู่ที่ 3025 เมตรเท่ากันพอดีซึ่งถือเป็นเรื่องประหลาดอย่างหนึ่งของยอดเขาแห่งนี้ การเดินทางมาที่ภูเขาสามารถทำได้โดยการนั่งกระเช้าจากเมือง Ortisei ไปยังเมือง Furnes จากนั้นจึงต่อกระเช้าอีกรอบหนึ่งไปที่สถานี Seceda ตรงสถานีจะมีร้านอาหาร Baita Sofie ให้ได้นั่งรับประทานพร้อมชมวิว ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับชมวิวและถ่ายภาพภูเขาสามยอดนี้คือช่วงเช้าและช่วงเย็นเพราะจะเป็นช่วงที่แสงพระอาทิตย์ส่องกระทบภูเขา ทำให้สีของทุ่งหญ้าและภูเขาเปลี่ยนเป็นสีทองตัดกับฉากหลังที่เป็นท้องฟ้าสีชมพูอ่อนๆ และเพื่อความสะดวกสบายนักท่องเที่ยวสามารถมาพักค้างแรมใกล้ๆกับสถานที่แห่งนี้ได้โดยการมาพักที่ Rifugio Troier หรือ Berghaus Fermeda ซึ่งจะเป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจาก Odle Mountains มากนัก

Did you know? หลายสถานที่ท่องเที่ยวในยุโรปจะมีเว็บแคมติดตั้งไว้ตามพื้นที่เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถตรวจเช็คสภาพอากาศก่อนออกเดินทางไปสถานที่นั้นๆได้ และเว็บแคมของ Seceda ก็สามารถดูภาพย้อนหลังได้อีกด้วย

Alpe di Siusi

Alpe di Siusi ถือเป็นจุดชมวิวที่สำคัญอีกจุดหนึ่งในแคว้นไทรอล กิจกรรมที่สามารถทำได้เมื่อมาเยือนสถานที่แห่งนี้คือกิจกรรม Paraglinder ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้บินขึ้นสูงเหนือภูเขาแหลมเพื่อชมวิวพื้นที่รอบๆ

San Giovanni Church

เมื่อครั้งหนึ่งช่างภาพฝีมืออย่าง Max Rive เผยแพร่ภาพถ่ายของโบสถ์ San Giovanni ที่มีฉากหลังเป็นภูเขา Odle ออกไป โบสถ์แห่งนี้ก็ได้กลายเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลก ด้วยความที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจี โบสถ์แห่งนี้จึงมีความโดดเด่นและได้รับการมาเยือนจากนักท่องเที่ยวที่รักการถ่ายภาพตลอดทั้งปี

Marmolada

หากจุดชมวิวที่คุณได้ไปเยือนในการมาเที่ยวครั้งนี้ยังเผยให้เห็นอาณาบริเวณของโดโลไมท์ไม่พอละก็ มาร์โมลาดาคือจุดชมวิวสุดท้ายที่ไม่ควรพลาดก่อนจบทริปนี้ ด้วยความสูงที่ 3,343 เมตร มาร์โมลาดาจึงถูกขนานนามว่าเป็นราชินีแห่งเทือกเขาโดโลไมท์ นอกจากนี้ยอดเขาแห่งนี้ยังถือเป็นยอดเขาเดียวในโดโลไมท์ที่ก่อตัวขึ้นจากหินปูนเป็นส่วนใหญ่ ทางทิศใต้ของยอดเขาจะเป็นพื้นที่ลาดเอียง ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเล่นสกีตามทางนี้ตลอดทั้งปี

Best time to visit Dolomites: เดือนกรกฏาคมสิงหาคม

 

Leave a Reply

Your email address will not be published.