Alsace, the Land of Tradition and Gastronomy

“อัลซาส” แคว้นเล็ก ๆ ทางตะวันออกของประเทศฝรั่งเศสแห่งนี้มีเสน่ห์โดดเด่นอยู่ที่ความเงียบสงบ วัฒนธรรมที่มีกลิ่นอายความเป็นเยอรมันปนอยู่เล็กน้อย และลักษณะบ้านเรือนที่มีการก่อสร้างเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ใดในยุโรป ชวนให้นักท่องเที่ยวจากที่ต่าง ๆ เดินทางมาค้นหา

สำหรับเมืองที่มีชื่อเสียงที่สุดของแคว้นนี้คือเมืองสตราสบูร์ก เมืองหลวงประจำแคว้นที่มีความแตกต่างจากกรุงปารีสอย่างสิ้นเชิงด้วยสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยธรรมชาติและผู้คนที่เป็นมิตร มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายตามย่านเมืองเก่า กรอง อิลล์ (Grande Île) ซึ่งเป็นบริเวณที่มีแม่น้ำอิลล์ไหลผ่าน เป็นที่รู้จักในหมู่ชาวยุโรปในฐานะหนึ่งในมรดกโลก เมื่อเดินตามแม่น้ำมาได้สักพักก็จะได้พบกับเปอติ๊ด ฟรองซ์ (Petite France) เขตเมืองเก่าที่มีคูคลองเชื่อมต่อกันพร้อมสะพานเล็ก ๆ แอบซ่อนตัวอยู่ตามจุดต่าง ๆ งดงามด้วยบ้านเรือนสไตล์เก่าแก่เรียงรายตามแนวคลอง ลักษณะของบ้านเป็นบ้านปูนที่มีการประดับตกแต่งลวดลายด้วยการวางกรอบไม้และแต่งเติมสีสันบ้านด้วยดอกไม้เล็ก ๆ นานาชนิดสีสันสดใสน่ารัก เป็นสถานที่ในฝันสำหรับนักท่องเที่ยวที่รักการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจ

ตรงใจกลางเมืองสตาร์สบูร์กยังเป็นที่ตั้งของโบสถ์ “น็อทร์ดาม” สไตล์โกธิคที่ได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์ที่สูงที่สุดเป็นอันดับ 6 ของยุโรป มีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ทำทั้งชมอุโมงค์ฝังศพ ธรรมาสน์ที่แกะสลักอย่างวิจิตรงดงาม เครื่องดนตรีออร์แกนขนาดใหญ่และกระจกสีที่บอกเล่าเรื่องราวของวิหารแห่งนี้เอาไว้มากมาย จุดเด่นของวิหารอยู่ที่ยอดหอคอยซึ่งมีเพียงยอดเดียวเนื่องจากฐานของตัวโบสถ์ไม่มั่นคง จึงต้องมีการยกเลิกแผนที่จะสร้างหอคอยอีกข้างนึง ทำให้โบสถ์แห่งนี้แตกต่างจากโบสถ์อื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด หอคอยแห่งนี้ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นชมวิวข้างบนซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ 2.20 – 4.40 EUR มีเส้นทางเป็นบันไดยาวกว่า 300 ขั้นไปสู่ยอดสูงสุดที่สามารถมองเห็นวิวของเมืองสตาร์สบูร์กที่มีบ้านเรือนปกคลุมไปด้วยหลังคาสีส้มอิฐตัดกับท้องฟ้าสดใสชวนให้ถ่ายภาพเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดี นอกจากนี้รอบ ๆ โบสถ์ยังมีร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหารเก๋ ๆ อีกมากมายให้ได้เลือกแวะใช้จ่ายนั่งพักก่อนออกเดินทางต่อไปยังจุดอื่น ๆ ในเมือง

When to visit: โบสถ์น็อทร์ดามเปิดให้เข้าชมทุกวันในช่วงเดือนเมษายน – กันยายน ตั้งแต่เวลา 9.00 – 19.30 น. เดือนตุลาคม – มีนาคม ตั้งแต่เวลา 10.00 – 17.30 น. และเดือนมิถุนายน – สิงหาคม จนถึงเวลา 22.00 น. ทุกวันศุกร์และวันเสาร์

อีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจไม่แพ้กันในเมืองนี้คือพระราชวังโรฮาน (Palais Rohan) อดีตที่พำนักของพระคาร์ดินัล อาร์มองด์ เดอ แกสตอน (Cardinal Armand – Gaston de Rohan – Soubise) เจ้าชายบิชอปแห่งสตาร์สบูร์ก เป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมที่ดีที่สุดในศตวรรษที่ 18 ของฝรั่งเศส ปัจจุบันถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์โบราณคดีและศิลปะ

เที่ยวชมเมืองสตาร์สบูร์กเรียบร้อยแล้วไม่ควรพลาดแวะเมืองวิซเซนบูร์ก (Wissembourg) ที่เป็นที่ตั้งของปราสาทเฟล็คเคนสไตน์ที่มีผู้คนเข้าชมมากที่สุดแห่งหนึ่งในฝรั่งเศสจนได้รับการคัดเลือกให้เป็นอนุสาวรีย์ประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส รูปทรงของปราสาทแห่งนี้นั้นจะมีลักษณะคล้ายเรือ สร้างขึ้นด้วยหินทรายสีชมพูมีความยาว 90 เมตร สูง 30 เมตร และกว้าง 10 เมตร ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงในเมืองวิซเซนบูร์ก รอบ ๆ ตัวปราสาทยังคงหลงเหลือร่องรอยของอาคารบ้านเรือน บันไดวนบนหอ และคุกที่อยู่ลึกเข้าไปในตัวปราสาท อีกหนึ่งสิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจคือปราสาทโอท คูนนิกซ์บูร์ก (Chateau du Haut – Koenigsbourg) หนึ่งในอนุสรณ์สถานที่เลื่องชื่อที่สุดแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฝ้าเส้นทางไวน์และข้าวสาลีสู่ทิศเหนือและเส้นทางขนส่งเครื่องเงินและเกลือจากตะวันตกไปตะวันออก ปราสาทแห่งนี้เปิดห้องต่าง ๆ ที่ซึ่งตกแต่งด้วยภาพวาดจิตรกรรมฝาผนัง และเฟอร์นิเจอร์แบบเรอเนสซองส์ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม นอกจากนี้ยังมีอาวุธยุคกลางมากมายที่ถูกเก็บไว้ในชั้นใต้ดินของป้อมปราสาทให้ได้เข้าไปสำรวจ

ก่อนจบทริปควรลองไปพักผ่อนที่โคล์มาร์ (Colmar) เมืองสุดโรแมนติกของแคว้นอัลซาสสักครั้ง ซึ่งการเดินทางไปที่เมืองสามารถเดินทางจากสตาร์สบูร์กมาที่นี่ได้โดยใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง ความงดงามของเมืองแห่งนี้นั้นเป็นที่เลื่องลืออย่างมากจนได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การณ์ยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลก สินค้าเด่นประจำเมืองคือไวน์องุ่นที่มีการผลิตกันเป็นจำนวนมากโดยคนท้องถิ่น เมื่อมองในภาพรวมแล้วถึงแม้ว่าแคว้นเล็ก ๆ ทางตะวันออกของฝั่งเศสแห่งนี้จะไม่ได้มีความเจริญมากนักเมื่อเทียบกับแคว้นอื่น ๆ ในฝรั่งเศส แต่ก็มีความงดงาม มีเอกลักษณ์คุ้มค่าแก่การมาเที่ยวชมสักครั้งในชีวิต

Leave a Reply

Your email address will not be published.